ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 เม.ย.65 มีนักท่องเที่ยวเป็นชาวไทยมากันประมาณ 6-7 คน มาใช้บริการ ซึ่งก็ได้บอกลูกค้าไปแล้วว่า มีเมนูให้สำหรับลูกค้าคนไทยกับลูกค้าต่างชาติ ซึ่งข้อความเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด และราคาจะต่างกัน แต่นักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวเลือกจะสั่งอาหารเมนูชาวต่างชาติ แต่ทางร้านทราบว่าเป็นคนไทย จึงคิดราคาอาหารเพียง 100 บาทต่อคนเท่านั้น บวกกับการเข้าชมและเที่ยวในสวนดอกปอเทืองด้วย ซึ่งทางร้านเองแปลกใจเหมือนกันว่า ทำไมเขาไปโพสต์ว่า มาทานอาหารร้านนี้ จานละ 200 บาท แต่ความจริงไม่ใช่ซึ่งเรามีหลักฐานให้ดูได้ว่า เขาจ่ายเพียง 100 บาทเท่านั้น และก่อนจะสั่งอาหารก็บอกไปแล้วแต่เขาไม่ฟัง
น.ส.นภัทร กล่าวด้วยว่า การที่เขาไปโพสต์เช่นนั้นทำให้ร้านเสียหายมาก และตนได้แจ้งไปให้เขาลบ แต่เขายังไม่ลบ ซึ่งตนปรึกษากับครอบครัวแล้วว่า หากลูกค้าไม่ยอมลบโพสต์ก็จะไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรป่าตอง แต่หากลูกค้ายอมลบและขอโทษก็จะมาเอาเรื่องใดๆ และอยากให้เข้าใจด้วยว่า ต้นทุนการทำร้านอาหารมันสูงมาก เช่น กุ้งที่ใส่ในเมนูหมี่ผัดซีฟู้ดนั้นราคา 25 ตัว ต่อ 1 กิโลกรัม ซึ่งราคาจะค่อนข้างสูง อีกทั้งยังต้องมีต้นทุนในการจ้างคนงานมาดูแลสวนให้อยู่ในสภาพที่สวยงาม และจ้างเก็บลุกมะพร้าวเกือบ 100 ต้น ต้นละ 500 บาท ซึ่งทุกอย่างเป็นต้นทุน จึงอยากขอความเป็นธรรมให้กับทางร้านด้วย
อย่างไรก็ตาม น.ส.นภัทรฯ กล่าวในตอนท้ายด้วยว่า เป็นครั้งแรกที่เจอเหตุการณ์แบบนี้ และรู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น หากได้คุยกับลุกค้าก่อนที่เขาจะโพสต์ก็คงจะดีกว่า จะได้ไม่เกิดความเข้าใจผิด และเกิดดังกล่าวขึ้น แต่นี่มารู้ทีหลัง แต่ก็ไม่ได้หมดกำลังใจ ซึ่งก็ไม่อยากคิดมา และยังตั้งใจทำมาหากินกันต่อไป
สาลินี ปราบ/ข่าวภูเก็ต