ทีมวิจัยยังพบว่า ผู้ป่วยที่ตรวจพบ RNA ของไวรัสในตัวอย่างอุจจาระ มักจะเป็นกลุ่มที่มีอาการเกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร เช่น ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน
คำถามต่อมาคือตกลง RNA ที่ตรวจได้เป็นไวรัสที่ยังแพร่ต่อได้ หรือ แค่ซากเชื้อหรือสารพันธุกรรมไวรัสที่หลงเหลืออยู่ แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้เนื่องจากผู้ป่วยต้องทำการเก็บตัวอย่างด้วยตัวเองก่อนส่งให้ทางทีมวิจัยไปตรวจสอบต่อ ซึ่งจำเป็นต้องทำการฆ่าเชื้อก่อนส่งตัวอย่างออก
แต่จากงานวิจัยที่เคยตีพิมพ์ไปก่อนหน้านี้ที่สามารถแยกเชื้อไวรัสได้จากตัวอย่างอุจจาระ และ ข้อมูลที่ออกมาว่าไวรัสสามารถเพิ่มจำนวนในเซลล์ลำไส้ได้ดี ทำให้ทีมวิจัยคาดว่า มีโอกาสที่ไวรัสจะแพร่ออกจากตัวผู้ป่วยได้นานกว่าช่วงเวลากักตัว
ข้อมูลนี้มีประโยชน์ครับ เพราะจะทำให้เราระมัดระะวังช่องทางการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อเพิ่มขึ้น การทำความสะอาดห้องน้ำในช่วงกักตัว หรือ หลังกักตัว หรือ การปิดฝาก่อนกดชักโครก น่าจะช่วยลดความเสี่ยงของการแพร่กระจายเชื้อได้มากขึ้นครับ