ส่วนกรณีที่ความรุนแรงของเด็กสามารถก่อให้เกิดอาการทางจิตได้หรือไม่ นพ.วรต ระบุว่า มีทั้ง2ทาง คืออาการทางจิตบางอย่างที่นำไปสู่ความรุนแรงและความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเด็กบ่อยๆจนนำไปสู่อาการทางจิต เช่น เด็กบางคนมีพฤติกรรมก้าวร้าว ดื้อต่อต้าน อาจจะนำไปสู่ความรุนแรงที่สูงขึ้น เด็กไม่ได้ป่วยทางจิตเลยแต่ถูกใช้ความรุนแรงในครอบครัวมาโดยตลอด จนเกิดการเรียนรู้ความรุนแรงไปทำกับผู้อื่น จนนำไปสู่การพัฒนาโรคต่างๆได้ เช่น โรคทางอามรมณ์ โรควิตกกังวล หรือการมีปัญหาเข้าสังคมกับคนอื่น
กรณีข่าว ลูกสาวร่วมมือแฟน ฆ่าแม่ - พี่ชายเป็นคดีความที่ตำรวจกำลังดำเนินการต่อเพื่อสืบหาความความจริง แต่ถ้าสงสัยเรื่องสุขภาพจิต ก็จะส่งมาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญกรมสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นต่อไป สิ่งที่สำคัญคือคนในสังคมที่ดูข่าวนี้ เกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัว จะต้องสังเกตคนในครอบครัวและหันหน้ามาคุยกันที่บ้านว่าความสัมพันธ์ครอบครัวเป็นแบบไหน จะทำยังไงไม่ให้ใช้ความรุนแรงในครอบครัว เพราะการใช้ความรุนแรงในครอบครัวไม่ใช่ทางออกในการแก้ปัญหา ส่วนครอบครัวที่เด็กไม่สามารถขอคำปรึกษาได้ นพ.วรต ระบุว่า ต้องดูว่ามีคนที่เราไว้ใจไหม เช่น เพื่อนที่ให้คำปรึกษาได้ดี ครูที่โรงเรียน หากไม่มีจริงๆให้ติดต่อสายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323 ก็เป็นทางออกที่จะโทรมาปรึกษาได้
นพ.วรต ระบุทิ้งท้าย ว่า อย่าลืมเยียวยาพี่ชายที่เป็นคนเห็นเหตุการณ์และถูกทำร้ายทางร่างกาย ซึ่งคนที่ทำร้ายคือคนในครอบครัวจนทำให้แม่เสียชีวิต แน่นอนว่าส่งผลกระทบต่อจิตใจเป็นอย่างมาก ซึ่งพี่ชายนอกจากรักษาร่างกายแล้ว จะต้องส่งคนไปดูแลบาดแผลทางจิตใจที่เกิดขึ้นด้วยในระยะยาวที่จะได้ไม่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตที่รุนแรง