5 เมษายน 2565 นายสกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระ เปิดเผยกับทีมข่าว "เนชั่นทีวี" ว่า กรณีมีจำนวนผู้สมัครเป็นจำนวนมากกว่าที่ผ่านมานั้น ส่วนตัวเมื่อตัดสินใจลงมาสู้ ก็ไม่กังวล จะสู้ไปจนกว่าเลือกตั้ง เพราะตอนนี้เปิดกว้างให้กับทุกคน แม้มีโพลออกมาก็เชื่อในระดับหนึ่ง ซึ่งส่วนตัวก็ได้ทำโพลเช่นกัน เพราะโพลเลือกตั้งทุกครั้งในกทม.พลิกเสมอ คือ นำมาจนถึงการเลือกตั้ง แต่เผลอออกมาอีกแบบ ยังไม่เชื่อจนกว่าประชาชนเข้าไปกา เป็นการชี้ขาดแท้จริง
สำหรับจุดแข็ง คือ ส่วนตัวอายุน้อย ทำงานมาหลายด้าน เป็น ส.ส.เขตกรุงเทพ เป็นรองผู้ว่าฯ มา 4 ปี แต่จุดอ่อนก็เป็นจุดเดียวกัน เนื่องจากอายุยังน้อย อาจมองว่าประสบการณ์มีหรือไม่ ทำได้หรือเปล่า ซึ่งจะมองว่าอ่อนหรือแข็งก็ได้ เพราะส่วนตัวก็ทำการเมืองมากว่า 15 ปี ซึ่งมีผู้สมัครน้อยคนมากที่จะได้มารู้งานอย่างตน
นายสกลธี กล่าวว่า การลงในนามอิสระ มีทั้งดีและด้อย แต่จุดดีในการลงอิสระ สามารถชวนคนจากหลายที่มาร่วมงาน ในทางปฏิบัติ เพราะถ้าเป็นพรรคการเมือง การเอาคนไม่ใช่แนวของพรรคมาทำงานด้วย จะลำบากใจมาช่วย ดังนั้น ลงอิสระคนจะมาช่วยเยอะ หากได้เป็นผู้ว่าฯ ก็ไม่ต้องระวัง ว่าพรรคจะส่งใครมาซึ่งที่ตนไม่เต็มใจ ส่วนข้อเสียคะแนนจัดตั้งอาจน้อยกว่าคนอื่น
"สมมุติประชาธิปัตย์อย่างน้อยใครก็ได้มาลงมี 2-4 แสนคะแนน ในกรุงเทพ ซึ่งเป็นฐานของพรรคหรือพรรคอื่นก็ตาม อาจเสียเปรียบตรงนั้น แต่การจัดตั้งในกรุงเทพไม่ใช่ว่าจะได้เปรียบทุกสิ่ง กระแสเป็นส่วนหลัก การจัดตั้งบางครั้ง แรงคนกรุงเทพต้องการให้เป็นทางใดทางหนึ่ง ถ้าเป็นอีกทาง จัดตั้งไม่มีความหมาย จะเห็นจากการเลือกตั้งส.ส.เมื่อปี 62 ประชาธิปัตย์คะแนนจัดตั้งในกทม.แข็งที่สุดพรรคหนึ่ง แต่เมื่อถึงเวลาแพ้หมด ไม่มีส.ส.เลย" นายสกลธี กล่าว