นายษิทรา เปิดเผยว่า วันนี้เดินทางมาพร้อมแม่ของผู้เสียหายทั้งสองคนเพื่อเข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวน และมาชี้รูปผู้ต้องสงสัยว่ามีใครกระทำความผิดเพิ่มเติม โดยตำรวจได้สอบถามตนในประเด็นที่ สองสามีภรรยาผู้เสียหาย เข้ามาหาและพูดคุยเล่าเหตุการณ์อย่างไรบ้าง และประสานให้ผู้เสียหายทั้งคู่มาให้การเพิ่มเติม พร้อมชี้รูปในช่วงสัปดาห์หน้า เนื่องจากทั้งสองคนกังวลในเรื่องของความปลอดภัย เพราะก่อนหน้านี้ไม่ทราบว่าเป็นตำรวจจริงหรือไม่ แต่วันนี้ทราบแล้วว่าเป็นตำรวจจริง 2 คน ส่วนอีก 2 คนไม่ได้มาด้วย แต่ถูกใส่ชื่อเข้าไปในบันทึกจับกุม ส่วนที่เหลือเป็นพลเรือน
นายษิทรา กล่าวว่า สำหรับผู้เสียหายทั้งสองคนขณะนี้ยังติดต่อไม่ได้ แม้แต่มารดาก็ไม่สามารถติดต่อได้ มีเพียงเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา หนึ่งในผู้เสียหายได้โทรศัพท์ติดต่อมาหาแต่ไม่ได้รับสาย ก่อนจะโทรกลับไปซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ได้รับสายเช่นกัน แต่เมื่อติดต่อไปทางมารดาก็ได้มีการพูดคุย และเชิญมาให้ปากคำพร้อมชี้รูปเพื่อใช้ประกอบสำนวนคดี ซึ่งผู้เสียหายกังวลเรื่องความปลอดภัยเป็นสำคัญ เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจ ส่วนผู้เสียหายเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาจึงเป็นเรื่องปกติที่ต้องกลัว
นายษิทรา กล่าวอีกว่า ภายหลังจากการชี้รูป ทางพยานมองเห็นไม่ชัด ไม่สามารถยืนยันได้ว่า พ.ต.ต.คม ไปตรวจค้นด้วยหรือไม่ แต่ไม่ใช่สาระสำคัญแต่อย่างใด เพราะ พ.ต.ต.คม ได้รับสารภาพแล้วว่า เป็นคนจัดทำบันทึกและไปที่เกิดเหตุจริง เป็นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งในทางกฎหมายก็ต้องไปสู้กันในชั้นศาล ส่วนกรณีที่แม่ให้เงินไปกับใครนั้น ขอให้อยู่ในสำนวนการสอบสวนก่อนไม่สามารถเปิดเผยได้