เปิด 5 สัญญาณเตือน "วัณโรค" ใครเป็นรีบหาหมอทันที ก่อนสายไป
24 มี.ค. 2565 | teerawat_pra

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ได้ออกมาให้ความรู้เกี่ยวกับ วัณโรค ใครมีอาการเบื้องต้น 5 อย่างนี้ แนะนำให้รีบพบแพทย์ด่วน
ข่าว
24 มี.ค. 2565 | teerawat_pra

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ได้ออกมาให้ความรู้เกี่ยวกับ วัณโรค ใครมีอาการเบื้องต้น 5 อย่างนี้ แนะนำให้รีบพบแพทย์ด่วน
วันวัณโรคโลก World Tuberculosis (TB) Day จะตรงกับวันที่ 24 มีนาคมของทุกปี
วันวัณโรคโลก นั้นถูกตั้งขึ้นโดย สหพันธ์องค์กรต่อต้านวัณโรคและโรคปอดนานาชาติ (IUATLD : International Union Against Tuberculosis and Lung Disease) เพื่อตอกย้ำให้ประชากรทั่วโลกเห็นถึงความน่ากลัวและรับรู้ว่าวัณโรคยังระบาดอยู่ตลอดเวลา
สาเหตุที่เลือกวันที่ 24 เป็นเพราะวันนี้ในช่วงปี ค.ศ 1882 เป็นวันที่ ดร.โรเบิร์ต คอช (Dr.Robert Koch) ได้ค้นพบสาเหตุที่มาของวัณโรคเป็นครั้งแรก ซึ่งในตอนนั้นวัณโรคได้คร่าชีวิตผู้คนในยุโรปและอเมริกาไปกว่า 1 ใน 7 ของประชากรทั้งหมด การค้นพบนี้เองเป็นที่มาของการรักษาโรคดังกล่าว
วัณโรค นับเป็นโรคติดต่อชนิดหนึ่งที่คร่าชีวิตมนุษย์ทั่วโลกเป็นจำนวนมาก ในสมัยก่อนวัณโรคเป็นที่รังเกียจของสังคม เพราะเมื่อเป็นแล้วผู้ป่วยมักจะมีอาการไอเรื้อรังหรือไอเป็นเลือดและแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้ โดยในเวลาต่อมาก็จะเบื่ออาหารจนร่างกายผ่ายผอมจนกระทั่งเสียชีวิตไปในที่สุด
วัณโรค อันตรายมากน้อยขนาดไหน ?
โรควัณโรค หรือ TB เป็นโรคติดเชื้อชนิดรุนแรง ซึ่งมีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า ไมโครแบคทีเรียม ทิวเบอร์คูโลซิส (Mycobacleriumtuberculosis) สามารถเกิดได้กับอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย แต่ร้อยละ 80 เกิดที่ปอด ซึ่งประเทศไทยถือว่ายังมีความชุกของโรคอยู่มาก เพราะพบผู้ป่วยจำนวนมากทุกปี แต่โดยทั่วไปแล้ว โรคนี้มักเกิดกับเด็กเล็กที่ยังมีภูมิคุ้มกันไม่มาก หรือผู้ใหญ่ที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะผู้ป่วยเอดส์มีโอกาสเป็นวัณโรคได้มากกว่าคนปกติถึง 10 เท่า เพราะร่างกายขาดภูมิคุ้มกัน ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย
ล่าสุดทางเพจเฟซบุ๊ก กรมการแพทย์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า วัณโรค รู้เร็ว รักษาได้ โดย นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า
อาการของวัณโรค
พบว่าผู้ป่วยมักจะมีอาการไอเรื้อรัง นานเกิน 2 สัปดาห์ มีไข้ต่ำๆ อาจมีเหงื่อออกมากตอนกลางคืน อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลง เหนื่อยหอบ เจ็บหน้าอก หากเป็นนานๆอาจไอมีเลือดปนออกมา
ด้าน นายแพทย์เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กล่าวเพิ่มเติมว่า
วัณโรค สามารถรักษาให้หายได้ โดยการรับประทานยาต่อเนื่องตามแพทย์สั่ง สำหรับผู้ป่วยที่ยังไม่ได้รับการรักษาหรือพึ่งเริ่มรับประทานยาได้ 2 สัปดาห์ ควรแยกห้องนอน หลีกเลี่ยงสถานที่คนพลุกพล่าน สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา และถ้าหากมีอาการผิดปกติให้รีบมาพบแพทย์ทันที
เผยวิธีป้องกันตัวเองจากวัณโรค
1. หากจำเป็นต้องทำงานอยู่ในสถานที่ที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ให้ออกมาสูดอากาศภายนอกบ้างในระหว่างวัน
2. รักษาร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์
3. หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วยวัณโรคในระยะแพร่เชื้อ
4. สวมหน้ากากอนามัย เมื่อมีความเสี่ยงต่อการอยู่ใกล้ผู้ป่วยวัณโรค
5. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV
6. ลดการดื่มแอกอฮอล์ สูบบุหรี่ และอย่าใช้สารเสพติด
7. ตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก สำนักวัณโรค
ขณะที่ในวันนี้ 24 มีนาคม 2565 “วันวัณโรคโลก” สปสช. ร่วมยุติวัณโรค เร่งค้นหาผู้ป่วยในกลุ่มเสี่ยง รักษาให้หายขาด พร้อมสนับสนุนยุทธศาสตร์ “ไทยปลอดวัณโรคในปี 2578” เผยปี 2564 มีผู้ป่วยวัณโรคได้รับการดูแลด้วยยารักษาวัณโรคกว่า 8 หมื่นราย
นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า วันวัณโรคโลก (World Tuberculosis Day) ตรงกับวันที่ 24 มีนาคมของทุกปี ตั้งขึ้นเพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงปัญหาวัณโรคที่ยังคงระบาดอยู่ในหลายประเทศทั่วโลกและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของประชาชนราว 1.6 ล้านคนต่อปี โดยเฉพาะประเทศโลกที่ 3 ซึ่งก่อนหน้านี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้จัดกลุ่มประเทศที่มีภาระปัญหาวัณโรคสูงของโลก (WHO global lists of HBCs for 2016-2020) ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี 2558 มีทั้งหมด 14 ประเทศ ซึ่งประเทศไทยเป็น 1 ใน 14 ประเทศที่มีภาระปัญหาวัณโรค
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 17 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศการจัดอันดับกลุ่มประเทศที่มีภาระปัญหาวัณโรคสูงของโลกขึ้นอีกครั้ง ประเทศไทยไม่อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีจำนวนและอัตราป่วยวัณโรคดื้อยาหลายขนานสูงแล้ว ซึ่งหมายความว่าประเทศไทยพ้นจาก 14 ประเทศที่มีภาระด้านวัณโรคสูง ตามที่องค์การอนามัยโลกได้จัดไว้เมื่อปี 2558 ถือเป็นความก้าวหน้าอีกขั้นหนึ่งของความสำเร็จด้านการดำเนินงานวัณโรค ถึงแม้ว่าผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาในประเทศไทยจะมีจำนวนลดน้อยลงและไม่อยู่ใน 30 ประเทศที่มีภาระปัญหาของโลกก็ตาม แต่ปัญหาวัณโรคก็ยังเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย
ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว กรมควบคุมโรค ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานยุทธศาสตร์สู่เป้าหมายยุติวัณโรคของประเทศไทยให้ได้ตามเป้าหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ภายในปี 2573 สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ยุติวัณโรค (End TB Strategy) ในปี 2578 ซึ่ง สปสช.พร้อมสนับสนุน โดยในปี 2564 ได้เพิ่มสิทธิประโยชน์การตรวจคัดกรองวัณโรคด้วยวิธีการถ่ายภาพรังสีทรวงอก หรือเอกเรย์ปอด (CXR) และตรวจวินิจฉัยวัณโรคด้วยวิธีอณูชีววิทยา (Molecular assay) เพื่อเร่งคัดกรอง ค้นหาและวินิจฉัยวัณโรคในกลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่ม ที่กรมควบคุมโรคกำหนดโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
ประกอบด้วย 1. ผู้สัมผัสร่วมบ้านหรือผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยวัณโรคปอด 2. ผู้ต้องขังในเรือนจำ ผู้อาศัยในสถานคุ้มครอง และพัฒนาคนพิการหรือสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง 3. ผู้ติดเชื้อเอชไอวี 4. ผู้ป่วยโรคที่ทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง อาทิ ผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง หรือได้รับ ยากดภูมิคุ้มกัน 5. ผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี ที่สูบบุหรี่ หรือมีโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) หรือโรคเบาหวานร่วมด้วย 6. ผู้ใช้สารเสพติด ติดสุราเรื้อรัง และ 7. บุคลากรสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลที่มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ทั้งนี้ ในส่วนของผลการบริการ จากรายงานผลการดำเนินงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี 2564 มีผู้ป่วยวัณโรคได้รับการดูแลรักษาด้วยยาวัณโรค จำนวน 81,719 คน และมีการค้นหาผู้ป่วยวัณโรคแบบเข้มข้นในกลุ่มเสี่ยงสูง โดยการเอกซเรย์ปอดในกลุ่มผู้ต้องขังและกลุ่มสัมผัสผู้ป่วยวัณโรค 291,146 คน และได้นำเข้าสู่การรักษา
“ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันทุกภาคส่วนต่างร่วมมือกันเพื่อทำให้อัตราอุบัติการณ์วัณโรคของประเทศไทยลดลง ใช้กลยุทธ์ค้นให้พบจบด้วยหาย เน้นค้นหาผู้ป่วยวัณโรคและนำเข้าสู่การรักษาและติดตามให้หายขาดโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่คนรอบข้าง อย่างไรก็ตามการลดอัตราป่วยวัณโรครายใหม่ลงจะทำได้หรือไม่ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อให้ประเทศไทยปลอดจากวัณโรคตามแผนยุทธศาสตร์ที่ตั้งไว้” เลขาธิการ สปสช. กล่าว
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1330 ตลอด 24 ชม. หรือ คลิก https://lin.ee/zzn3pU6 เพิ่มเพื่อนไลน์กับ สปสช. @nhso