วิธีการรักษาที่ดีที่สุดคือ
การฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจ เพื่อควบคุมการเต้นของหัวใจให้ผู้ที่เคยตกอยู่ในภาวะใหลตายสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติ การดูแลหลังการรักษานั้นต้องหลีกเลี่ยงการกดบริเวณหัวไหล่ ไหปลาร้าข้างที่ใส่เครื่อง เพราะอาจทำให้สายหัก ทั้งนี้ด้านอาหารการกินยังต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ คือหลีกเลี่ยงอาหารที่มีสารพิษปนเปื้อน รับประทานอาหารที่สะอาดถูกหลักอนามัย และรับประทานอาหารที่ให้สารอาหารเพียงพอต่อร่างกายโดยเฉพาะวิตามินบี ที่สำคัญควรรับประทานอาหารที่มีคุณสมบัติช่วยบำรุงหัวใจและหลอดเลือดอย่างสม่ำเสมอ เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ ถั่วดำ ถั่วแระ เต้าหู้ เป็นต้น
แนวทางการปฐมพยาบาลผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะใหลตาย
คือจับผู้ป่วยนอนราบ ระหว่างรอรถพยาบาลหรือรอคนมาช่วยให้ประเมินผู้ป่วย หากพบว่าไม่หายใจหรือชีพจรที่คอไม่เต้น ให้กดหน้าอกยุบลงราว 1.5 นิ้ว แล้วปล่อยให้คลายตัวเป็นชุด ในความถี่ราว 100 ครั้งต่อนาทีโดยไม่หยุดจนกว่าจะถึงมือแพทย์หรือจนกว่าผู้ป่วยจะรู้ตัว และไม่ควรเสียเวลาโดยไม่จำเป็น เช่น งัดปากคนไข้ด้วยของแข็งเพราะอาจเป็นอันตราย และให้ระลึกเสมอว่าคนที่เป็นโรคใหลตายอาจจะมีโรคอื่นของสมอง เช่น ลมชัก โรคหัวใจ ที่อาจเป็นเหตุให้หมดสติได้เช่นกัน
ล่าสุด ด้าน นพ.วีรพันธ์ วิวัฒน์วรพันธ์ อายุรศาสตร์โรคหัวใจ อนุสาขาสรีระไฟฟ้าหัวใจ ให้ข้อมูลว่า โรคใหลตาย มาด้วยอาการ คือ ตายเลย ในบางรายอาจจะมีอาการนำได้ คืออาจจะมีอาการหมดสติเป็นลมโดยเฉพาะนอน ๆ อยู่แล้วหมดสติไป อาจจะเห็นว่ามีอาการเกร็ง เฮือกขึ้นมาเหมือนหิวอากาศคล้าย ๆ กับกระตุกดูคล้ายกับลมชัก แต่ในความเป็นจริงแล้วอาจจะเกิดจากหัวใจเต้นผิดจังหวะนั่นเอง
- เมื่อไหร่ที่ต้องเข้ามาพบแพทย์
ถ้าเกิดมีญาติสายตรงเสียชีวิตเฉียบพลัน โดยไม่ทราบสาเหตุก่อนวัยอันควรในกลุ่มนี้แนะนำว่าควรจะต้องมาพบแพทย์ก่อน เพื่อทำการซักประวัติและตรวจร่างกายเบื้องต้น ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เนื่องจากคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ในบางรายอาจพบความผิดปกติ ที่เป็นเงื่อนงำของโรคใหลตาย ได้เหมือนกัน ไม่ต้องตกใจในหลาย ๆ กรณี ถึงเราจะมีคลื่นหัวใจที่เหมือนกับโรคใหลตาย เรายังไม่ตายก็ได้ การเสียชีวิตความเสี่ยงจะอยู่ที่ประมาณ 1% ต่อปีในบางรายอาจต้องมีการผ่าตัดใส่เครื่องหัวใจกระตุกอัตโนมัติ เรียกว่าเครื่อง AICD (Automated Implantable Cardioverter-Defibrillator) เพื่อป้องกันการเสียชีวิต
- โรคใหลตาย การเสียชีวิตที่ไม่ทราบสาเหตุ
ถ้าแบ่งเป็นกลุ่มอายุในกลุ่มอายุพี่เกินประมาณ 30 ถึง 40 ปีขึ้นไปมักจะเกิดจากโรคหลอดเลือดหัวใจ แต่กรณีที่อายุน้อยกว่า 35 ปี ก็อาจจะเป็นในกลุ่มที่มีหัวใจเต้นผิดจังหวะแต่กำเนิด
ในปัจจุบันมันเป็นโรคทางกรรมพันธุ์ ป้องกันได้ ป้องกันลูกไม่ให้เป็นได้ ถ้าเกิดลูกคนนั้นยังไม่เกิด ปัจจุบันจะมีวิธีการคัดเลือกยีนหรือคัดเลือกตัวอ่อน ของเด็กที่จะเกิดขึ้นมา ว่าโอกาสที่ลูกจะเกิดขึ้นมาจะเป็นโรค แบบคุณพ่อคุณแม่หรือไม่ สามารถทำได้
การดูแลตนเอง สำหรับกลุ่มที่ไม่แสดงอาการ ในกลุ่มที่ยังไม่มีอาการ แนะนำ ให้หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น เช่น แอลกอฮอล์ หรือแม้กระทั่งการต้องระวังเรื่องของ การมีไข้สูง เพราะว่าไข้สูงบวกกับมีคลื่นหัวใจผิดปกติ แบบโรคใหลตายจะทำให้เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะได้