เนชั่นทีวี

ข่าว

ไทยพบ “เดลตาครอน” สายพันธุ์ไฮบริดผสม 73 ราย แต่รักษาหายแล้ว

23 มี.ค. 2565 | teerawat_pra

ไทยพบ “เดลตาครอน” สายพันธุ์ไฮบริดผสม 73 ราย แต่รักษาหายแล้ว

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยพบ “โอมิครอน” ส่วนสายพันธุ์ย่อย BA.2.2 และ BA.2.3 ในไทย ขณะที่ทั่วโลกคีย์ข้อมูลเข้าจีเสจ พบ “เดลตาครอน” พันธุ์ผสม “เดลตา -โอมิครอน” เรียกว่า ไฮบริด กว่า 4 พันราย ส่วนในไทยพบ 73 ราย ตั้งแต่ ธ.ค.64 – ม.ค. 65 หายดีแล้ว ยันไม่ต้องกังวล แต่ต้องจับตาต่อ

23 มีนาคม 2565 ทางด้านนายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แถลงข่าวการเฝ้าระวังสายพันธุ์โควิด ว่า จากการเฝ้าระวังโควิดข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 64- 18 มี.ค.65 พบว่า ขณะนี้ พบว่าเป็นสายพันธุ์โอมิครอน 99.95% เกือบ 100% แล้ว โดยเฉพาะผู้เดินทางมาจากต่างประเทศเป็นโอมิครอนทั้งหมด

 

ในส่วน การแยกสายพันธุ์โอมิครอน เผยว่า  สัดส่วนBA.2 มากที่สุดถึง 78.5% และ BA.1 อยู่ที่ 21.5% ซึ่ง BA.2 เพิ่มขึ้นจาก 4-5 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทุกพื้นที่ส่วนใหญ่เป็น BA.2 แล้ว เห็นได้จากข้อมูล 13 เขตสุขภาพ พบ BA.2 เกิน 50% ทั้งหมด ยกเว้นเขตสุขภาพที่ 9 พบ 33.33% เนื่องจากมีเรื่องการตรวจตัวอย่างน้อยอยู่

 

สำหรับข้อมูลเรื่อง เดลตาครอน องค์การอนามัยโลก รายงานว่า  เป็นไวรัสโควิดผสมระหว่างสายพันธุ์โอมิครอนและเดลตา เรียกว่าเป็น”ไฮบริด” ระหว่างส่วนโปรตีนหนามสไปค์จากโอมิครอน BA.1 และส่วนโปรตีนด้านหน้า

ซึ่งไวรัสเพิ่มจำนวนเป็นของเดลตา เรียกว่า AY.4 เริ่มพบการแพร่ระบาดแล้วในฝรั่งเศส เดนมาร์ก เยอรมัน เบลเยี่ยม และเนเธอร์แลนด์ ขณะนี้มีรายงานข้อมูลในจีเสจประมาณ 4,000 กว่าราย แต่มีการวิเคราะห์สายพันธุ์ว่าเป็นเดลตาครอนจริงๆ 64 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในฝรั่งเศส 50 กว่าราย

ทั้งนี้ ในจำนวน 4 พันกว่าราย รวมถึงที่ประเทศไทยได้ซัปมิทข้อมูลไป 73 ราย ยังไม่ต้องกังวล เพราะเมื่อเดลตาลดลง โอกาสที่จะมารวมกันแบบนี้ก็จะเกิดขึ้นน้อยลง เพราะไม่มีเดลตาเหลือให้ผสมกันแล้ว แต่ก็ต้องขึ้นกับเดลตาครอนที่มีอยู่ จะมีอิทธิฤทธิ์อิทธิเดชอะไรหรือไม่ หากเกิดแพร่เร็วขึ้น ในอนาคตก็อาจครองแทนได้ แต่ตอนนี้ยังไม่พบเช่นนั้น ต้องจับตาต่อไป

 

 

ผู้สื่อข่าวซักถามถึงอาการผู้ติดเชื้อเดลตาครอน 73 รายในไทยว่า มีอาการอย่างไร ทางคุณหมอเผยว่า ผู้ป่วยที่เป็นโควิดสายพันธุ์เดลตาครอน 73 ราย ทั้งหมดเป็นตัวอย่างที่เกิดในช่วงเดือน ธ.ค. 2564 และเดือน ม.ค. 2565 ซึ่งเป็นช่วงการระบาดของเดลตา และโอมิครอน ทำให้มีโอกาสเกิดพันธุ์ผสม แต่ผู้ป่วยทั้ง 73 รายหายแล้ว ไม่มีใครเสียชีวิต

ซึ่งไฮบริด อาจเป็นสายพันธุ์ผสมที่ไม่ได้หนักหนา และยิ่งไม่แพร่เร็ว สักพักจะจบ จริงๆ เชื้อเบตาโหดกว่า ยิ่งตอนนี้มีสายพันุ์โอมิครอนแทนที่ ยิ่งกังวลเดลตาครอนน้อยลง ตอนนี้ต้องรอดูว่า เดลตาครอนจะเป็นอย่างไร แพร่เร็วหรือไม่ ถ้าแพร่เร็วจริงอีกสักพักก็จะมา แต่หากไม่ได้แพร่พันธุ์เร็ว ก็จะถูกเบียดหายไป

เผยที่มาการค้นพบ เดตาครอน 

นักวิจัยไซปรัส ค้นพบ "เดลตาครอน" โควิดกลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่ ที่เกิดจากการผสมระหว่างสายพันธุ์ “เดลตา” กับ “โอมิครอน”

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ลีออนดิโอส คอสตริกิส ศาสตราจารย์ด้านชีววิทยา จากมหาวิทยาลัยไซปรัส ผู้คนพบไวรัสโควิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์ใหม่ ได้ตั้งชื่อไวรัสกลายพันธุ์ชนิดใหม่นี้ว่า “เดลตาครอน” เนื่องจากมีลักษณะทางพันธุกรรมคล้ายโอมิครอนภายในจีโนมเดลตา

จนถึงขณะนี้ คอสตริกิส และคณะนักวิจัยของเขา ได้พบผู้ติดเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ชนิดใหม่นี้ 25 รายแล้ว แต่ระบุว่า ยังเร็วเกินไปที่จะบอกได้ว่า มีผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้อีกหรือไม่ หรือผลกระทบที่เกิดจากไวรัสสายพันธุ์นี้เป็นอย่างไรบ้าง

 

"ในอนาคต เราจะได้เห็นว่า สายพันธุ์นี้จะเป็นไปทางโรคติดต่อทางพยาธิวิทยามากกว่า หรือจะเป็นสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดมากขึ้น หรือจะเกิดการระบาดอย่างรวดเร็ว เมื่อเทียบกับสองสายพันธุ์ที่รุนแรง อย่าง เดลตา และโอมิครอน"

 

โดยบอกด้วยว่า คณะนักวิจัยได้วิเคราะห์ตัวอย่างสิ่งส่งตรวจจำนวน 25 รายการในไซปรัส หลังจัดลำดับพันธุกรรม 1,377 ตัวอย่าง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการติดตามการกลายพันธุ์ของโควิด-19 ในไซปรัส ความถี่ของการกลายพันธุ์มีแนวโน้มสูงในหมู่ผู้ที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ซึ่งอาจแปรความได้ว่า เดลตาครอนมีความเชื่อมโยงกับการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ขณะนี้ เดลตาครอนยังไม่น่ากังวลแต่อย่างใด

ในปัจจุบัน ไซปรัส กำลังเข้าสู่การระบาดของโควิด-19 เป็นระลอกที่ 5 ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งสูงถึงวันละ 5,500 รายโดยประมาณ ขณะที่มีประชากรเพียงล้านคน

 

ข่าวล่าสุด