ขณะที่ สำนักข่าวดังอย่างรอยเตอร์ เผยว่า ยังระบุไม่ได้ว่า ประเทศเหล่านี้รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับยูเครนโดยตรงไว้มากน้อยเพียงใด แต่ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ข้อมูลสภาพอากาศจากต่างประเทศจะนำไปสู่การพยากรณ์สภาพอากาศในยูเครนได้
ทางด้านองค์กรเพื่อการใช้ประโยชน์จากดาวเทียมอุตุนิยมวิทยาแห่งยุโรป (EUMETSAT) ซึ่งเป็นองค์กรความร่วมมือระหว่างรัฐบาลตั้งอยู่ในเยอรมนี กล่าวว่า องค์กรฯ ยังคงให้บริการฟีดข้อมูลแก่หน่วยงานต่าง ๆ ของรัสเซีย แม้ว่าหน่วยงานอื่น ๆ ในยุโรปอย่างน้อย 3 แห่งตัดสินใจระงับการให้ข้อมูลไปแล้ว
ทั้งนี้ จุดยืนที่แตกต่างกันขององค์กรตอกย้ำให้เห็นว่า การใช้กำลังรุกรานยูเครนของรัสเซียนั้นทำให้หน่วยงานทางวิทยาศาสตร์บางส่วนต้องเลือกระหว่างหลักการที่องค์กรยึดถือ ซึ่งก็คือการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิทยาศาสตร์โดยเสรี กับความเสี่ยงในการให้ข้อมูลที่อาจใช้โจมตีพลเรือนได้
โฆษกของ EUMETSAT กล่าวว่า องค์กรได้ระงับการส่งข้อมูลจากดาวเทียมของสหภาพยุโรป (อียู) ไปยังรัสเซียและเบลารุสตามคำแนะนำของคณะกรรมาธิการยุโรป แต่ยังคงส่งต่อข้อมูลจากดาวเทียมอื่น ๆ ของยุโรปไปยังสองประเทศดังกล่าว รวมถึงข้อมูลสังเกตการณ์ด้านอุตุนิยมวิทยาจากรัฐบาลทั่วโลก
"จุดยืนของ EUMETSAT คือการแลกเปลี่ยนข้อมูลอุตุนิยมวิทยาทั่วโลกอย่างเสรี ซึ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสนับสนุนการพยากรณ์อากาศทั่วโลก และเป็นสิ่งที่เรายังดำเนินการมาจนถึงตอนนี้" นายพอล คูเนต หัวหน้าฝ่ายสื่อสารของ EUMETSAT กล่าว
สหรัฐฯ จับมือยุโรป ตอกย้ำจุดยืนสนับสนุนฝั่งยูเครน
อ้างอิงจากแถลงการณ์ของทำเนียบขาว ระบุว่า ปธน.ไบเดน ได้โทรศัพท์หารือโดยตรงกับผู้นำชาติยุโรป ประกอบด้วยนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ นายโอลาฟ โชลซ์ นายกฯเยอรมนี และนายมาริโอ ดรากี นายกฯอิตาลี เกี่ยวกับสงครามในยูเครน และย้ำการสนับสนุนของพวกเขาที่มีต่อยูเครนอย่างต่อเนื่อง
ทำเนียบขาวระบุอีกว่า
ผู้นำทั้งหลาย ได้หารือถึงข้อห่วงกังวลอย่างจริงจังของพวกเขา เกี่ยวกับยุทธวิธีรุนแรงโหดร้าย ที่ รัสเซีย ได้นำมาใช้ในการโจมตียูเครน ซึ่งรวมถึงการโจมตีพลเรือน ทั้งนี้ ผู้นำสหรัฐและยุโรปได้เน้นย้ำถึงการให้ความสนับสนุนยูเครนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงการให้ความช่วยเหลือด้านความมั่นคงแก่ชาวยูเครนที่พยายามปกป้องประเทศของตนจากการรุกรานของรัสเซีย ตลอดจนความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวยูเครนหลายล้านคนที่หลบหนีความรุนแรง
แหล่งข่าวยังเผยอีกว่า ปธน.ไบเดน มีกำหนดการเดินทางเยือนยุโรปในปลายสัปดาห์นี้เพื่อพบกับพันธมิตรนาโต สหภาพยุโรป และจี 7 ในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม จากนั้นจะเดินทางไปกรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ เพื่อหารือกับประธานาธิบดีโปแลนด์
ก่อนหน้านี้ องค์การสหประชาชาติ (UN) เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ (11 มี.ค.) ว่า ไม่พบหลักฐานว่ายูเครนมีโครงการอาวุธชีวภาพ ขณะที่สหรัฐอเมริกาและชาติพันธมิตรก็ได้กล่าวหารัสเซียที่เผยแพร่คำกล่าวอ้างที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ว่า ยูเครนยอมให้สหรัฐเข้ามาใช้ดินแดนเป็นที่ตั้งแล็บทดลองเกี่ยวกับอาวุธเคมี-ชีวภาพ ซึ่งที่เป็นเช่นนั้นก็เพื่อเปิดทางไปสู่การโจมตียูเครนด้วยอาวุธเคมีหรือชีวภาพนั่นเอง
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ กล่าวเตือนรัสเซียว่า
"จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง หากกองทัพรัสเซียใช้อาวุธเคมีกับยูเครน"
ที่ปรึกษาปธน.ยูเครนคาดสงครามอาจจบลงภายในพ.ค.
นายโอเลกซี อาเรสโตวิช ที่ปรึกษาประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน เปิดเผยว่า สงครามในยูเครนมีแนวโน้มจะยุติได้ภายในต้นเดือนพ.ค.นี้ เมื่อรัสเซียไม่มีทรัพยากรที่จะใช้เพื่อโจมตียูเครนอีกต่อไป
การเจรจาระหว่างยูเครนกับรัสเซีย ซึ่ง นายอาเรสโตวิช เข้าร่วมด้วยตนเองนั้น ยังไม่มีผลลัพธ์มากนัก นอกเหนือจากการเปิดระเบียงมนุษยธรรม (Humanitarian Corridors)ในหลายเมืองของยูเครนที่ถูกปิดล้อม
วิดีโอจากสื่อยูเครนหลายสำนัก เผยแพร่ภาพนายอาเรสโตวิชที่ออกมาระบุว่า เวลาที่แน่นอนที่สงครามครั้งนี้จะยุติลงได้นั้น ขึ้นอยู่กับว่าทรัพยากรที่รัสเซียยินดีจะใช้เพื่อการสงครามมีมากน้อยเพียงใด
"ผมคิดว่าไม่เกินเดือนพ.ค. หรืออาจเป็นต้นเดือนพ.ค. เราควรจะได้ข้อตกลงสันติภาพ บางทีอาจจะก่อนหน้านั้นมาก แล้วมาดูกัน ผมกำลังพูดถึงวันที่เป็นไปได้เร็วที่สุด"
สงครามในยูเครนเริ่มขึ้นในวันที่ 24 ก.พ. เมื่อประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย สั่งดำเนินการในสิ่งที่รัสเซียระบุว่าเป็น "ปฏิบัติการพิเศษทางการทหาร" ซึ่งเป็นการโจมตียูเครนครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2