เนชั่นทีวี

ข่าว

โฆษกรัฐบาลเผย ไทยต้องรีบฉีดวัคซีน ตั้งเป้าเข็มกระตุ้นให้ได้กว่าร้อยละ 70

19 มี.ค. 2565 | teerawat_pra

โฆษกรัฐบาลเผย ไทยต้องรีบฉีดวัคซีน ตั้งเป้าเข็มกระตุ้นให้ได้กว่าร้อยละ 70

โฆษกรัฐบาล เผย "นายกฯ" ย้ำ ลดป่วย ลดตาย ต้องรีบฉีดวัคซีน เน้นใช้กลไก อสม. ชวนคนใกล้ชิดเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้ได้กว่าร้อยละ 70 พร้อมรองรับการการเดินทาง/กิจกรรม ช่วงเทศกาลสงกรานต์

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในไทยแม้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องแต่ยังน้อยกว่าหลายประเทศในอาเซียนและของโลก ซึ่งทาง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังเสนอแนะให้ อสม. เป็นกลไกสำคัญในระดับพื้นที่เชิญชวนบุคคลใกล้ชิด คนในชุมชน รวมทั้งกลุ่ม 608 คือ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้มีโรคประจำตัว  และหญิงตั้งครรภ์ เข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้ได้มากกว่าร้อยละ 70 เพื่อลดอาการรุนแรงและการเสียชีวิตหากติดเชื้อ   รวมทั้ง สร้างภูมิคุ้มกันหมู่รองรับเทศกาลสงกรานต์ หรือปีใหม่ไทย ที่กำลังจะมาถึงในเดือนเมษายนนี้

โฆษกรัฐบาลเผย ไทยต้องรีบฉีดวัคซีน ตั้งเป้าเข็มกระตุ้นให้ได้กว่าร้อยละ 70

 

ศบค. ย้ำมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้โดยเฉพาะการเตรียมตัวก่อนร่วมงานว่าประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนา เข้าร่วมงานสงกรานต์ และกลุ่ม 608 ต้องได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ที่กำหนด มีการประเมินความเสี่ยงของตนเอง  ขอให้หลีกเลี่ยงการเข้าร่วมงาน หรือให้พิจารณาตรวจ ATK ก่อนเดินทาง/ร่วมงานภายใน 72 ชั่วโมง

 

ขณะเดินทางโดยขนส่งสาธารณะ ต้องเข้มงวดการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือบ่อยๆ และงดรับประทานอาหาร กรณีผู้จัดงานและกิจการ/กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานสงกรานต์ให้ลงทะเบียนบนระบบ TSC2+ และประเมินตนเองตามประเภทมาตรการ COVID Free Setting ได้แก่ การจัดกิจกรรมพิเศษ (แสดงคอนเสิร์ต/ดนตรี งานอีเวนท์ งานเทศกาล มหกรรม) การจัดกิจกรรมรวมกลุ่มในชุมชน ศาสนสถาน ร้านอาหาร ขนส่งมวลชนสาธารณะ ฯลฯ ทั้งนี้การขออนุญาตจัดงานให้เป็นไปตามเขตพื้นที่สถานการณ์ หรือตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กรุงเทพมหานครกำหนด

โฆษกรัฐบาลเผย ไทยต้องรีบฉีดวัคซีน ตั้งเป้าเข็มกระตุ้นให้ได้กว่าร้อยละ 70

สำหรับมาตรการหลังกลับจากเทศกาลสงกรานต์ ให้เฝ้าสังเกตอาการของตนเองภายใน 7 วัน  หากพบ ว่ามีอาการสงสัยติดเชื้อให้ทำการตรวจ ATK และขอให้หลีกเลี่ยงการพบปะผู้คนจำนวนมากโดยไม่จำเป็นพิจารณามาตรการ WFH ให้เป็นไปตามความเหมาะสม

 

ระหว่างช่วงงานสงกรานต์กรณีพื้นที่จัดงานสงกรานต์ที่มีการจัดเตรียมสถานที่และควบคุมกำกับนั้น อนุญาตให้เล่นน้ำ และจัดกิจกรรมตามประเพณี (เช่น รดน้ำดำหัว สรงน้ำพระ การแสดงทางวัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น ขบวนแห่ การแสดงดนตรี ) โดยต้องปฏิบัติตามมาตรการ COVID Free Setting และมีการกำกับอย่างเคร่งครัด  ห้ามประแป้ง ปาร์ตี้โฟม จำหน่ายและบริโภคแอลกอฮอล์ในพื้นที่จัดงาน  พื้นที่สาธารณะไม่มีการควบคุม เช่น ท้องถนน ฯลฯ ห้ามเล่นน้ำ ประแป้ง และปาร์ตี้โฟม

 

โฆษกรัฐบาลเผย ไทยต้องรีบฉีดวัคซีน ตั้งเป้าเข็มกระตุ้นให้ได้กว่าร้อยละ 70

โฆษกรัฐบาลเผย ไทยต้องรีบฉีดวัคซีน ตั้งเป้าเข็มกระตุ้นให้ได้กว่าร้อยละ 70

โฆษกรัฐบาลเผย ไทยต้องรีบฉีดวัคซีน ตั้งเป้าเข็มกระตุ้นให้ได้กว่าร้อยละ 70 “นายกรัฐมนตรี ห่วงใยในกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่ม 608 และกลุ่มเด็ก (5 - 11 ปี) ที่พบว่ามีการเข้ารับการฉีดวัคซีนเข้มกระตุ้นน้อยอยู่ จึงขอความร่วมมือผู้ที่ยังไม่เข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นรีบเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นโดยเร็วด้วย เพราะจะ “ลดป่วย ลดตายได้ ต้องมารับวัคซีน” พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนร่วมกันเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจ และการปฏิบัติตัวที่เหมาะสม ถูกต้องให้กับประชาชนเพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับโควิด-19 ได้อย่างปลอดภัย (Living with COVID-19) ” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

 

โฆษกรัฐบาลเผย ไทยต้องรีบฉีดวัคซีน ตั้งเป้าเข็มกระตุ้นให้ได้กว่าร้อยละ 70

“ล่าสุด สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในไทยวันนี้ (19 มีนาคม 2565) โดยผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่  25,804 ราย จำแนกเป็น ผู้ป่วยจากในประเทศ 25,778 ราย ผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 26 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 1,105,538 ราย (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565) ขณะที่หายป่วยกลับบ้านแล้ว 18,801 ราย รวมหายป่วยสะสม 898,798  ราย (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565) โดยมีผู้ป่วยกำลังรักษา 237,519 ราย และเสียชีวิต 87 ราย    โดยการฉีดวัคซีนโควิด - 19 ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. 2564 - 17 มี.ค. 2565 รวมทั้งสิ้น 126,937,886 โดส (ซึ่งรวมยอดสะสมการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด - 19 แก่กลุ่มเด็กอายุ 5-11 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. - 17 มี.ค. 2565 จำนวน 1,520,229 โดส) จำแนกเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 54,725,564 โดส วัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 50,055,180 โดส วัคซีนเข็มที่ 3 จำนวน 20,232,148 โดส และวัคซีนเข็มที่ 4 จำนวน 1,924,994 โดส

 

ข่าวล่าสุด