เนชั่นทีวี

ข่าว

โดนหลอกเป็นแก๊งสกิมมิ่งฝั่งลาวตกค้างอีก4คนถูกล้อมรั้วไฟฟ้า

12 มี.ค. 2565 | sakaorat

โดนหลอกเป็นแก๊งสกิมมิ่งฝั่งลาวตกค้างอีก4คนถูกล้อมรั้วไฟฟ้า

ผู้ว่าฯ เชียงราย ทำหนังสือด่วน ถึงผู้ว่าฯ เมืองห้วยผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ช่วยคนไทยโดนหลอกไปทำงานแก๊งสกิมมิ่งหลอกลงทุนข้ามชาติ บังคับทำงานวันละ 15 ชั่วโมง เผยมีคนไทยหนีกลับมาได้ 11 คน ส่วนอีก 4 คน ถูกล้อมด้วยรั้วไฟฟ้าป้องกันไม่ให้หลบหนี วอนเร่งช่วยเหลือด่วน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงต้นเดือน ก.พ.2565 ที่ผ่านมา ได้มีคนไทยข้ามไปทำงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำ เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ตรงข้ามกับ บ้านสบรวก หมู่ 1 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ติดต่อกลับมายังญาติในฝั่งไทยว่าถูกหลอกให้ไปทำงาน โดยอ้างว่าจะได้ไปทำงานในคิงส์โรมัน ซึ่งเป็นคาสิโนหลักบนเกาะดังกล่าว

 ก่อนหน้านี้เคยมีคนไทยข้ามไปทำงานในคาสิโน  และได้รับค่าตอบแทนสูง แต่เมื่อไปถึงกลับถูกบังคับให้ทำงานในตึกที่ห่างจากคาสิโน โดยให้ทำงานเป็นแก๊งสกิมมิ่ง   สร้างตัวตนปลอมในโลกโซเชียล เพื่อหลอกลวงนักลงทุนให้มาลงทุนหุ้น ทั้งทองคำ และเทรดสกุลเงินดิจิตอล แต่หากไม่ทำงานก็จะถูกขายต่อไปให้กับบริษัทอื่น จึงต้องการการช่วยเหลือให้กลับประเทศไทย โดยมีคนในกลุ่ม 15 คน ทั้งชายและหญิงอายุอยู่ระหว่าง 20-30 ปี

        หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น นายภาสกร บุญญลักษม์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ลงที่  ชร.001183/3933 ลงวันที่ 21 ก.พ.2565 ขอความร่วมมือไปยังเจ้าแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ให้ช่วยเหลือคนไทยที่ไปทำงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำดังกล่าว  โดยระบุว่ามีคนไทยนับสิบคน ย ถูกนายหน้าหลอกให้ไปทำงานสกิมเมอร์หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำ และมีความประสงค์จะขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือในการเดินทางกลับประเทศไทย ดังนั้น จ.เชียงราย จึงขอให้ทางแขวงบ่อแก้วประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยเหลือ  และคุ้มครองคนไทยทั้งหมดซึ่งถูกหลอกให้ไปทำงานอยู่ที่ตึกอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง และอาคารที่พักตึกหลังที่ 3

ต่อมาพบว่ามีคนไทยในกลุ่มดังกล่าวได้หลบหนีออกมาด้วยการนั่งเรือของชาวบ้านข้ามฟากมายังฝั่งไทยได้ 5 คน และมีผู้ที่ได้รับการช่วยเหลืออย่างไม่เป็นทางการให้กลับมาได้อีก 6 คน รวมทั้งหมด11 คน ได้รับความปลอดภัยในฝั่งไทย  แต่ก็เสียเงินค่าเดินทาง ค่าจ้างคนให้พาหลบหนี และไม่ได้เงินค่าจ้างใด นอกจากนี้ยังเหลือคนไทยอีกอย่างน้อย 4 คนในกลุ่มนี้ที่ยังคงตกค้างอยู่ในโครงการคิงส์โมัน และมีรายงานว่าล่าสุดแก๊งสกิมมิ่งได้นำทั้ง 4 คน ไปขายต่อให้กับบริษัทอื่นภายในบริเวณเดียวกันแล้ว โดยจากการติดต่อกับญาติในฝั่งไทยทราบว่าพวกเขาถูกบังคับให้ทำงานวันละ 15 ชั่วโมง และบริเวณที่พักและที่ทำงานยังล้อมด้วยรั้วไฟฟ้า  เพื่อป้องกันไม่ให้หลบหนีจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือด่วนด้วย

        กลุ่มที่ได้หลบหนีออกมา กล่าวว่า ก่อนที่จะข้ามไปทำงานดังกล่าว มีอาชีพเป็นมัคคุเทศก์ มีความสามารถด้านการใช้ภาษา คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต แต่ได้เกิดปัญหาเศรษฐกิจและการระบาดของโควิด-19 ทำให้ต้องตกงาน และได้มีนายหน้าที่อยู่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นคนรู้จักคุ้นเคยกันติดต่อให้ไปทำงานในโครงการคิงส์โรมันภายในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำ โดยอ้างว่าเป็นงานแอดมินหรือคนควบคุมเวปไซต์ในบ่อนคาสิโนออนไลน์ แลกกับเงินเดือนเบื้องต้นคนละ 30,000 บาท สัญญางาน 6 เดือน ทำให้หลงเชื่อเพราะคนที่ชักชวนน่าเชื่อถือและโครงการคิงส์โรมันก็มีชื่อเสียงรวมทั้งมีบ่อนคาสิโนอยู่ด้วย พวกตนจึงได้ลักลอบข้ามแดนโดยมีกลุ่มขบวนการพานั่งเรือข้ามไปยังฝั่ง สปป.ลาว และพาเดินทางด้วยรถยนต์ไปโครงการคิงส์โรมันดังกล่าว

  แต่เมื่อทั้งหมดไปถึงก็พบว่าไม่ได้ถูกพาไปที่โครงการคิงส์โรมัน แต่ถูกนำตัวไปที่อาคารแห่งหนึ่งซึ่งถูกบังคับให้ สร้างบัญชีปลอมในโซเชียลทั้ง IG และ facebook แล้วให้ขโมยหรือแฮ๊กเกอร์ไปตาม IG และของบุคคลต่างๆ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการชักชวนให้คนเหล่านั้นได้เข้าไปลงทุนในตลาดหรือเทรดออนไลน์ เช่น เทรดทอง เทรดสกุลเงินดิจิติล อ้างว่าจะได้ผลกำไร แต่เมื่อมีเหยื่อหลงเชื่อแล้วโอนเงินเข้าไปลงทุนก็จะปิด IG และ facebook หนี ทำให้พวกตนไม่อยากทำงาน เพราะนอกจากจะไม่ตรงกับงานที่เคยได้รับแจ้งแล้วยังเข้าผิดกฎหมายและศีลธรรม แต่พวกตนก็ถูกข่มขู่ และภายในที่ทำงานซึ่งเป็นห้องโถงกว้างมีโต๊ะทำงานประมาณ 50 โต๊ะ มีคนภายในเต็ม ส่วนที่พักที่เป็นตึกสูงต้องนอนเบียดกัน 10 คนต่อ 1 ห้อง และมีห้องน้ำเพียง 1 ห้อง มีเวรยามดูแลไม่ให้หลบหนีอย่างเข้มงวด

              นอกจากนี้ยังข่มขู่พวกตนว่าหากทำงานไม่ได้หรือหาเหยื่อไม่ได้ตามเป้าที่กำหนดก็จะถูกนำตัวไปขายต่อไปให้แก๊งอื่นๆ เป็นทอดๆ ไปอีกด้วย ทำให้หลายคนจำใจต้องทำงานและหลายคนพยายามหลบหนีข้ามมายังฝั่งไทย ซึ่งตั้งแต่เข้าไปทำงานก็ไม่เคยได้ค่าตอบแทนใดๆ แต่หากทำผิดกฎก็จะถูกหักเงินครั้งละมากๆ เช่นไม่เก็บเก้าอี้ ทำงานไม่ได้ตามเป้าหมาย เข้าห้องน้ำนาน ซึ่งการทำงานอยู่ภายในเหมือนตกนรกทั้งเป็น

             สำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำ ทางกลุ่มดอกงิ้วคำมีนายจ้าว เหว่ย เป็นประธาน ได้สัมปทานจาก สปป.ลาว เป็นเวลา 99 ปี ในการพัฒนาพื้นที่ประมาณ 10,000 เฮกตาร์ ปัจจุบันมีการพัฒนาเป็นโครงการคิงส์โรมันที่มีทั้งโรงแรม รีอสร์ท อาคารพาณิชย์ ร้านอาหาร ถนน บ่อนคาสิโน ท่าเรือ พื้นที่การเกษตร โดยมีเอกชนหลายหลายสาขาเข้าไปใช้พื้นที่ โดยก่อนเกิดวิกฤติโควิด-19 เคยมีนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวจีนเข้าไปปีละกว่า 300,000 คน แต่หลังเกิดวิกฤติได้ปิดพื้นที่แต่กลับมาเปิดอีกครั้งในปี 2564 และเอกชนหลายรายได้ประกาศรับสมัครพนักงานดังกล่าว

ข่าว/ภาพ ณัฐวัตร ลาพิงค์ สำนักข่าวเนชั่นจังหวัดเชียงราย 

ข่าวล่าสุด