นายยูน ยังประกาศอีกว่า
เขาจะพัฒนาความสัมพันธ์ของเกาหลีใต้กับญี่ปุ่น ซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาณานิคมของเกาหลีใต้และจะให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ เป็นอันดับต้นๆ
สำหรับนโยบายภายในประเทศที่เป็นที่จับตาและถือว่ามีความโดดเด่นของนายยูน คือ การยุบกระทรวงความเท่าเทียมทางเพศและครอบครัวของเกาหลีใต้ โดยจะเจาะกลุ่มฐานเสียงชายหนุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดสตรีนิยม โดยทางด้าน นายยูน เขาได้ยืนยันว่า
เกาหลีใต้ไม่มีการกีดกันผู้หญิงเชิงโครงสร้าง แม้ว่าเกาหลีใต้จะอยู่ในอันดับเกือบท้ายสุดในบรรดาประเทศพัฒนาแล้วในประเด็นความเท่าเทียมทางเพศ
ชวนมาดูกันที่ ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ปรากฎว่า ยูน ซอก-ยอล จากพรรคฝ่ายค้าน เฉือนเอาชนะ ลี แจ -มยอง จากพรรครัฐบาล ด้วยคะแนนที่ห่างกันแค่ 0.8% โดย ยูน ซอก-ยอล ได้คะแนนไป 48.6% ส่วน ลี แจ-มยอง ได้คะแนนไป 47.8% นับว่าเป็นผลการเลือกตั้งที่คะแนนสูสีที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งของเกาหลีใต้ ยูน ซอก-ยอล จากพรรคฝ่ายค้านชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ด้วยคะแนนที่ห่างจากคู่แข่งไม่ถึง 1% เตรียมขึ้นรับตำแหน่งภายในเดือนนี้
ล่าสุด นายยูน ได้แถลงขอบคุณผู้ที่ให้การสนับสนุนและยืนยันว่าเขาจะให้ความเคารพรัฐธรรมนูญพร้อมทำงานกับฝ่ายค้านเพื่อลดการแบ่งขั้วทางการเมืองและสร้างความสามัคคีในชาติ ซึ่งการสร้างความสามัคคีและความเท่าเทียมของคนทุกชนชั้นคือสิ่งที่เขาจะให้ความสำคัญมากที่สุด
ขณะที่ทางด้าน ลี แจ-มยอง ได้แถลงยอมรับความพ่ายแพ้ และโทษข้อบกพร่องของตัวเองที่แม้จะพยายามอย่างดีที่สุดแล้ว แต่ก็ไม่สามารถทำตามความคาดหวังของผู้ให้การสนับสนุนได้
เปิดประวัตินายยูน
นายยูน เกิดเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2503 ที่กรุงโซล ปัจจุบันอายุ 61 ปี เป็นบุตรคนโตในจำนวนพี่น้องสองคน โดยบิดา-มารดาของเขา เป็นอดีตอาจารย์มหาวิทยาลัย เขาจบการศึกษาด้านนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซลอันทรงเกียรติ และเริ่มรับราชการในตำแหน่งอัยการเมื่อปี 2537 และเคยเป็นทนายความในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เมื่อปี 2545
ต่อมาหลังจากกลับมาทำงานในสำนักงานอัยการ นายยุนมีบทบาทในการตรวจสอบนักการเมืองระดับสูงและนักธุรกิจรายใหญ่ โดยผลงานสำคัญที่ผ่านมา ได้แก่
- ในปี 2556 นายยุนเป็นผู้นำทีมสอบสวนชุดพิเศษ เดินหน้าตรวจสอบหน่วยข่าวกรองแห่งชาติของเกาหลี (National Intelligence Service) เกี่ยวกับประเด็นอื้อฉาวที่มีเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานดังกล่าวโพสต์ความเห็นทางออนไลน์เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนธ.ค. 2555 ซึ่งการกระทำดังกล่าว เป็นการเอื้อประโยชน์ให้นางปาร์ค กึน เฮ อดีตปธน.เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในขณะนั้นด้วย
- นอกจากนี้ 4 ปีต่อมา นายยูน ยังเป็นแกนนำทีมทนายความอิสระในการเปิดฉากตรวจสอบคดีอื้อฉาว ที่นางปาร์ค กึน เฮ ปธน.เกาหลีใต้ ในขณะนั้น และนางชเว ซุน ซิล คนสนิท ต่างมีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดฐานทุจริตร้ายแรง รวมถึงใช้อำนาจและอิทธิพลในทางมิชอบ คดีดังกล่าวนำไปสู่การถอดถอนนางปาร์คออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีในเดือนมี.ค. 2560
ในเดือนพ.ค. 2560 ประธานาธิบดีมูน แจอิน ซึ่งได้รับเลือกตั้งขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทนนางปาร์ค ได้แต่งตั้งนายยุนเป็นผู้อำนวยการสำนักงานอัยการประจำเขตพื้นที่กรุงโซล และแต่งตั้งเป็นอัยการสูงสุดของเกาหลีใต้เมื่อเดือนก.ค. 2562
ต่อมา นายยูน ได้ลาออกจากตำแหน่งอัยการสูงสุดเมื่อเดือนมี.ค. 2564 และประกาศลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้อย่างเป็นทางการในเดือนมิ.ย.ปีเดียวกัน โดยเข้าสังกัดพรรคพีเพิล พาวเวอร์ ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านของเกาหลีใต้ในเดือนก.ค.2564
การได้รับชัยชนะของ นายยูน ซอกยอล และพรรคพีเพิล พาวเวอร์ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ของภูมิภาคเอเชียในระยะ 5 ปีข้างหน้า (วาระการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีเกาหลีใต้ คือเทอมละ 5 ปี) โดยการบริหารงานของเขาจะเริ่มอย่างเป็นทางการในเดือนพ.ค.ที่จะถึงนี้
นายยูน ประกาศว่า เขาจะให้เกียรติรัฐธรรมนูญและรัฐสภา และจะทำงานร่วมกับพรรคฝ่ายค้าน เพื่อประสานรอยร้าวทางการเมืองที่แบ่งแยกเป็นขั้ว และจะส่งเสริมความสามัคคี เขาระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็น “ชัยชนะของประชาชนผู้ยิ่งใหญ่”
“การแข่งขันได้สิ้นสุดลงแล้ว เราต้องจับมือและสามัคคีกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อประชาชนและประเทศชาติ”
นายยูน กล่าวในถ้อยแถลงหลังได้รับทราบผลนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ
ที่ผ่านมา นายยูน ซอก-ยอล อาจจะไม่มีประสบการณ์ทางการเมืองมากนัก เพราะเส้นทางการทำงานส่วนใหญ่มาในสายกฎหมายและการทำหน้าที่อัยการ รวมทั้งการเป็นหัวหอกสอบสวนคดีทุจริตอื้อฉาวของนักการเมืองแถวหน้าของประเทศ ดังนั้นหลังรับทราบชัยชนะ นายยุนจึงลั่นวาจาจะถอนรากถอนโคนการทุจริต ส่งเสริมความยุติรรม และแสวงหาแนวทางปรับใหม่ความสัมพันธ์กับจีน แต่สำหรับนโยบายที่มีต่อเกาหลีเหนือนั้น เขาประกาศในช่วงหาเสียงเลือกตั้งไว้แล้วว่า เกาหลีใต้ในสมัยการบริหารงานของเขา จะมีจุดยืนแข็งกร้าวกับเกาหลีเหนือมากยิ่งขึ้น
นายยูน ชุค ยอล จะขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของเกาหลีใต้ภายในเดือนนี้ ซึ่งเขาจะมีระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งเป็นเวลา 5 ปี