ช่วงแรกได้คุยกับ “ฮิปโป” แล้วมีการขอโทษกันแล้ว แต่มาเจอเรื่องใหม่ คือเรื่องการเปลี่ยนสถานที่จัดงานศพ ซึ่งเป็นการให้สัมภาษณ์ โดยไม่ปรึกษาตนเอง แต่ตอนนี้ถ้าขอโทษอีกครั้ง ก็พร้อมให้อภัย 100% แล้ว เพราะคุณแม่ไม่เคยโกรธใคร เพราะโกรธคนไม่เป็น ส่วนเรื่อง “แอนนา” เป็นคนสุภาพเรียบร้อย ซึ่งส่วนตัวไม่เคยติดใจอะไรกับคนนี้เลย โดยงานศพจะมีขึ้นในวันที่ 11-13 มี.ค.ภายในงานรับแขกได้ประมาณ 1,400 คน และจะมีงานเผาวันที่ 14 มี.ค.
“งานศพของโม จะมีคุณเอ ศุภชัย ช่วยออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ส่วนทางคุณอั้ม พัชราภา บอกว่างานศพน้องโม ต้องเป็นเหมือนสวรรค์ ให้น้องโมเป็นนางฟ้า มีดอกไม้ประดับให้สวยงาม”
ทั้งนี้ตนเองได้คุยกับ “ปอ” มาอยู่แล้ว เพราะอีกฝ่ายโทรศัพท์มาหาทุกวัน และบอกอยากกราบเท้าขอขมา รวมถึงมีการทำบุญให้ “แตงโม” ด้วย เขาบอกว่าอยากดูแลคุณแม่ ไม่น้อยไปกว่า “แตงโม” คำพูดของเขา ถือว่าประทับใจเรา ก่อนจะมีการขออนุญาตเป็นลูกคุณแม่อีกคน
“ปอเขาพูดเพราะมาก สุภาพมาก คือแม่ชอบคนสุภาพ ส่วนตัวไม่ได้เข้าข้าง แต่คิดว่าเขาเป็นคนดี เป็นคนสุภาพ โดยทุกครั้งที่เขาบอกคุณแม่ เขาบอกว่าไม่เห็นเหตุการณ์ เพราะเขาขับเรืออยู่กับโรเบิร์ต เขาไม่เห็นข้างหลังว่าทำอะไรกัน ที่แม่ให้อภัยเขา เพราะเขาโดนจับแล้ว และประกันตัวออกมา ถ้าเขาไม่ได้ประกันตัว คุณแม่ไม่ยอมหรอก”
ส่วนกรณีเจอ “เส้นผม” ตรงใบพัดนั้น ทาง “แม่แตงโม” บอกว่า ตรงนี้ไม่รู้ว่ามันสอดคล้องกับเรื่องปัสสาวะท้ายเรือหรือไม่ เพราะว่าทุกคนไม่ได้พูดความจริง ซึ่งมองว่า “แซน” วิศาพัช มโนมัยรัตน์ เป็นคนที่รู้ดีที่สุด
“ตอนนี้เชื่อว่าแม้กระทั่งคุณปอ ยังพูดความจริงไม่หมด เพราะในทางคดี ไม่รู้คุณปอโกหกหรือเปล่า หรือเขาไม่บอกเราหรอกว่า เขาเป็นคนทำ แต่ขอปล่อยให้เป็นเรื่องของตำรวจ ส่วนเรื่องรับเป็นลูกชาย เขาเป็นคนมาขอเอง แต่แม่ยังไม่ตอบ เพราะคุณแม่มีลูกชายแล้ว”
ขอย้ำว่าไม่ได้สนใจเรื่องเงิน 30 ล้านบาท เพราะตนเองรู้ดีว่า หนี้สินของ “แตงโม” ยังมีอยู่ โดยเฉพาะหนี้บ้าน 2 หลัง และรถ 1 คัน หลังจากนี้ต้องจัดการเรื่องหนี้สิน แต่เรื่องค่าปลงศพ หรือค่าสินไหมทดแทน เป็นเรื่องที่ต้องพูดคุยอยู่แล้ว แต่ทำไมต้องคุยกับ “ปอ-โรเบิร์ต” เพราะเป็นผู้ต้องหาที่โดนคดี และถ้าไปเรียกร้องกับ “กระติก” อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ เขาคงไม่มีอยู่แล้ว
“เจตนาไม่ต้องการเงิน เพราะคุณแม่มีเงินอยู่แล้ว คุณแม่ยังเป็นคนเดิม ที่น้องๆ เคยรักคุณแม่ ก่อนที่จะมีเรื่องเงินเกิดขึ้น เพราะพอข่าวออกไป ทุกคนเกลียดคุณแม่ ฉะนั้นอยากให้กลับมารักเหมือนเดิม ถ้าน้องโมยังฟังคุณแม่อยู่ อยากบอกว่าคิดถึงลูกมาก โดยคุณแม่จะติดตามเรื่องคดีกับตำรวจจนถึงที่สุด คุณแม่จะไม่วางมือ”
ส่วนเรื่องกรมธรรม์ที่ “แตงโม” ทำไว้มอบให้ “ลูกกระติก” ตนเองไม่ได้ต้องการจะเอามา โดยทางทนายความแนะนำว่า ให้นำเงิน 1 ล้านบาท เขียนคำร้องนำไปฝากไว้ที่ศาลเยาวชน เมื่อ “ลูกกระติก” โตขึ้นอายุถึงตามเกณฑ์ อย่างอายุ 10 หรือ 15 ปี ก็สามารถเบิกมาใช้ได้ แต่ต้องขึ้นอย่ากับศาล เพื่อใช้ในการศึกษาเท่านั้น โดยทาง “กระติก” ไม่สามรถเบิกถอนออกมาได้
ขณะที่นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ไลฟ์สดผ่านเพจเฟซบุ๊ก “โหนกระแส” ร่วมกับ “หนุ่ม กรรชัย” ในชื่อตอน “หอนกระแส”
โดยโดย “ทนายตั้ม” กล่าวตอนหนึ่งว่า หลังเข้าพบตำรวจ จากนั้นไม่นานมีการปล่อยข่าวผ่านนักข่าวว่าเจอ “เส้นผม” ตรงใบพัด ส่วนตัวเชื่อว่า ทิศทางคดีคงไปทางนั้นแล้ว ก่อนหน้านี้เคยตั้งข้อสังเกตเรื่อง “ฟินเรือ” ถ้า “แตงโม” โดนฟินเรือจริง น่าจะตกลงมาจากทางด้านหน้าเรือ ไม่ใช่ท้ายเรือที่ ซึ่งคดีนี้ขอย้ำว่า ยังไม่มีใครรับสารภาพ
“ตอนนี้ที่น่าสังเกตคือการสอบสวนแซน หนึ่งในพยานที่อยู่บนเรือ ส่วนตัวได้ยินข่าวมาว่าแซนไม่ธรรมดา เพราะผู้หลักผู้ใหญ่ของเขาไม่ธรรมดาจริงๆ ส่วนทางด้านคดี ถ้าแม่แตงโมแถลงไม่ติดใจเอาความ ถือเป็นการบรรเทา เมื่อถึงชั้นศาลแล้ว ในข้อประมาทเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ก็ไม่ต้องติดคุก”
ด้าน “หนุ่ม กรรชัย” กล่าวว่า เส้นผมที่พบ ไม่ได้พบที่ใบพัด แต่พบตรงซอกท้ายเรือ ทำให้มีการพูดคุยกันว่า เป็นไปได้หรือไม่ ที่หากตกจากท้ายเรือ ผมเพียงบางเส้น จะเข้าไปติดบริเวณดังกล่าวได้ เพราะหากโดนดูดก็เป็นไปได้ แต่ถ้าใบพัดจะพันผมเข้าไป ก็ไม่น่าจะพันแค่บางเส้นเท่านั้น แต่อาจจะโดนหัวด้วย