3. แม้ "อาการโอมิครอน" ไม่รุนแรง แต่ก็ไม่ควรติดเชื้อ
บางคนมองว่าเมื่อฉีดวัคซีนครบแล้ว แม้จะติดเชื้อโอมิครอนก็ไม่น่าห่วง เพราะป่วยไม่รุนแรง ไม่เสี่ยงต่อการเสียชีวิต เลยอาจเผลอการ์ดตกและไม่ป้องกันตนเอง แต่อย่าลืมว่าหากคุณติดเชื้อ ย่อมส่งผลเสียต่อระบบสาธารณสุขในภาพรวมมากกว่าที่คิด
โดย พญ.สุมนี วัชรสินธุ์ ผอ.สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ข้อมูลเรื่องนี้ไว้ว่า แม้ติดโอมิครอนอาการไม่รุนแรง ก็ไม่ควรปล่อยให้ตนเองติดเชื้อ เพราะจะเกิดผลเสียดังนี้
3.1) เชื้อแพร่ระบาดในวงกว้าง : สายพันธุ์โอมิครอนเป็นเชื้อไวรัสที่แพร่กระจายเร็ว ถ้าผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเร็วในเวลาอันสั้น อาจทำให้ระบบสาธารณสุขรองรับไม่ทัน
3.2) คนไทยอีกมากที่ยังไม่ได้รับวัคซีน : แม้คนไทยส่วนใหญ่จะได้รับวัคซีนโควิด-19 ครบ 2 เข็ม แต่ยังมีอีกหลายล้านคน ที่ไม่ได้รับวัคซีนแม้แต่เข็มที่ 1 ซึ่งหากคุณติดเชื้อและเป็นพาหะนำไปแพร่ต่อ กลุ่มคนที่ยังไม่ได้วัคซีนก็จะเสี่ยงติดเชื้อ อาการหนัก และอาจเสียชีวิตได้
3.3) ผู้ป่วยอาจมีอาการ Long Covid : โอมิครอนเป็นสายพันธุ์กลายพันธุ์ใหม่ แม้อาการไม่รุนแรง ไม่เสียชีวิต แต่อาจทำให้ผู้ป่วยมีภาวะ Long Covid เช่น ระบบหายใจ หรือระบบอื่นๆ ในร่างกายแย่ลง สุขภาพในระยะยาวอาจไม่แข็งแรง
3.4) หากคนติดเชื้อเยอะ เชื้อจะยิ่งกลายพันธุ์ : การปล่อยให้มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก จะยิ่งเป็นการส่งเสริมเชื้อให้กลายพันธุ์มากขึ้น และยิ่งอันตรายได้มากขึ้นอีก
4. ติดโควิดโอมิครอน อาการแบบไหนต้องรีบพบแพทย์?
สำหรับผู้ที่มีอาการเข้าข่าย และตรวจยืนยันแล้วพบว่า "ติดโควิด" จริง แม้อาการน้อย หรือป่วยไม่มาก ก็ต้องเข้าระบบการดูแลแบบ Home Isolation หรือ Community Isolation เพื่อรักษาตามมาตรการ แต่ถ้าอาการรุนแรงขึ้น ต้องรีบแจ้งแพทย์ในระบบที่ดูแล โดยลักษณะอาการที่รุนแรงขึ้น ได้แก่
- เมื่อมีไข้สูง จนรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว ให้ติดต่อโรงพยาบาล
- เมื่อมีอาการหายใจเร็วขึ้น เกิน 25 ครั้ง/นาที (โดยปกติผู้ใหญ่จะหายใจประมาณ 16-20 ครั้ง/นาที)
- มีอาการหอบเหนื่อย เริ่มหายใจแรง เริ่มใช้กล้ามเนื้อช่วยหายใจ หายใจแล้วตัวโยกๆ
- มีอาการท้องร่วง ท้องเสียหลายครั้งต่อวัน จะสูญเสียน้ำและเกลือแร่
- ถ้ามีเครื่องวัดออกซิเจนติดปลายนิ้ว ให้นำมาตรวจวัด หากพบค่าออกซิเจนในเลือดลดลงน้อยกว่า 94% ให้ติดต่อแพทย์ผู้ดูแลในระบบทันที
ขณะที่ข้อมูลที่น่าสนใจจากทาง สสส. โดยสื่อสารผ่านเพจ Social Marketing Thaihealth by สสส. มีคำตอบให้ว่า
..
ไม่ใช่เรื่องดวงนะ
แต่เป็นเรื่องของระยะฟักเชื้อ เลยต้องมาทำความเข้าใจเรื่องนี้กัน จะได้ป้องกันตัวเอง และคนรอบข้างได้ดียิ่งขึ้น
..
ระยะฟักเชื้อ "โอไมครอน" ที่ต้องระวัง และช่วงตรวจ ATK ที่แม่นยำ
วันที่รับเชื้อ ส่วนใหญ่ตรวจ ATK จะยังไม่พบเชื้อ โดยระยะฟักเชื้อ ตั้งแต่ติดเชื้อจนถึงมีอาการ 5-14 วัน
วันเริ่มมีอาการ ระยะฟักเชื้อที่ต้องระวัง 3 วันก่อนแสดงอาการ ผู้ป่วยจะเริ่มแพร่เชื้อแม้ไม่มีอาการ เมื่อตรวจ ATK จะพบเชื้อ ซึ่งระยะตรวจ ATK ที่แม่นยำคือควรทำทันทีหลังมีอาการ ไม่เกิน 7 วัน
ข้อควรจำ
เมื่อรู้ว่าสัมผัสเสี่ยงสูง แม้ไม่มีอาการ ควรสังเกตตัวเอง เลี่ยงพบปะผู้คน โดยเฉพาะผู้มีความเสี่ยงป่วยหนักเป็นเวลา 14 วัน เพื่อให้ผ่านระยะฟักเชื้อที่อาจแพร่เชื้อได้