ด้านความเคลื่อนไหวกำหนดท่าทีของไทยต่อสถานการณ์การสู้รบระหว่าง รัสเซีย - ยูเครน วันเดียวกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายรกรรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้เรียกประชุมรมต.ที่เกี่ยวข้อง
โดยนายดอน ปรมัติวินัย รมว.ต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ขอพูดถึงในมุมมองของการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กระทบต่อทุกมุมโลกหากสถานการณ์ยืดเยื้อ ที่ผ่านมาทางกระทรวงฯ ได้ทำหลายอย่างไปแล้ว แต่ไม่ได้ออกมาพูด เพราะนักวิชาการที่ออกมาให้ข้อมูล หรือสื่อต่างๆ ก็ได้ให้ข้อมูลกับประชาชนถึงสิ่งที่รัฐบาลทำไปแล้ว
"ผลกระทบจะมาจากความยืดเยื้อของสถานการณ์ ซึ่งไม่ใช่แค่เฉพาะคนไทย แต่ทั่วโลกก็จะได้รับผลกระทบเช่นกัน หากสถานการณ์บานปลาย ซึ่งการเจรจากับทางองค์การสหประชาชาติ หรือแต่ละประเทศ เราก็ขอให้มีการพูดจาหารือกัน เพื่อหาทางออก หากฟังดูเหมือนเป็นเรื่องปกติ แต่เป็นความปกติที่จำเป็น เพราะการทะเลาะกันดีที่สุดคือการหันหน้ามาคุยกัน เฉพาะฉะนั้นเราจะมีแถลงการณ์ของประเทศไทย และแถลงการณ์ร่วมกับอาเซียน รวมถึงความพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งเราให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก" นายดอน กล่าว
นอกจากนี้ มีการประเมินสถานการณ์หากยืดเยื้อและเลวร้าย แต่ทุกอย่างไม่มีคำตอบสุดท้าย เพราะรู้ว่าหากยืดเยื้อก็จะไม่เป็นผลดี แต่ก็มีความพยายามให้ยืดเยื้อเหมือนกัน เพื่อประโยชน์ทางใดทางหนึ่ง ซึ่งก็เป็นมากับทุกเหตุการณ์ในอดีต แต่ในวันนี้สิ่งที่เห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีมากที่สุด คือ การที่มีการพูดคุยเจรากันของยูเครนและรัสเซีย ที่ชายแดนเบลารุส
สำหรับแผนอพยพคนไทยนั้นมีอยู่แล้ว โดยวันที่ 1-2 มี.ค.65 จะกลับมา 99 คน ผ่านมาทางเมืองวอร์ซอ แต่ยังมีคนไทยจำนวนหนึ่งไม่พร้อมกลับออกมา เพราะว่ามีครอบครัวอยู่ที่นั้น
นายดอน ยอมรับว่า นายกรัฐมนตรีได้มีการแนะแนวทาง เพราะอาจมีผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ร่วมถึงด้านต่างๆ เพราะหากสถานการณ์ยืดเยื้อ เงินเฟื้อจะเกิดขึ้น ราคาพลังงานที่สูงขึ้น พร้อมขอทุกฝ่ายอย่างกังวล เพราะรัฐบาลได้พูดคุยกันอยู่แล้ว โดยจะมีการตั้งวอร์รูมเพื่อติดตามสถานการณ์ แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด
แต่เราก็ให้ความมั่นใจว่าเรารับรู้ทุกมุม ทั้งเวทีในประเทศและต่างประเทศ แต่ท่าทีของรัฐบาลไทย คือ ไม่ต้องการให้เกิดความวุ่นวาย ไม่ว่าที่ไหนในโลกนี้ เราต้องการความสงบ เพราะความสงบสามารถทำให้ทุกประเทศพัฒนาตัวเองได้
เมื่อถามย้ำว่า จุดยืนของไทยจะเป็นอย่างไร จะไม่ส่งผลกระทบทางลบใช่หรือไม่ นายดอน กล่าวว่า โดนทุกประเทศมากน้อยต่างกัน และอยู่ที่ว่าเรารับมือได้อย่างไร แต่ประชาชนต้องให้ความร่วมมือด้วย เพราะเราไม่สามารถทำได้โดยลำพัง ในกลุ่มของอาเซียนเองก็มีการหารือกัน หลังจากนี้ต้องรอผลการเจรจาที่เกิดขึ้น ซึ่งหวังว่าจะเป็นเชิงบวก แต่เราไม่สามารถปักใจได้ เพราะผลประโยชน์แต่ละฝ่ายแตกต่างกัน แต่ก็หวังว่านานาประเทศจะให้ความร่วม ไม่บานปลาย เพื่อให้ทุกอย่างคลี่คลาย ซึ่งในคืนนี้จะมีการหารือใน UN โดยจะมีการเตรียมตัวให้ผู้แทนของไทย ได้แสดงท่าทีอย่างไร ไม่ใช่อยู่เฉยๆ ต้องมีสิ่งที่บอกกล่าวกับเวทีระหว่างประเทศ ว่าที่ผ่านมาได้ทำอะไรบ้างและเราคาดหวังว่า จะเกิดอะไร และจะได้รับความร่วมมือกันนานาประเทศอย่างไร พร้อมย้ำว่าคนไทยในประเทศต้องสามัคคี และเป็นปึกแผ่น ซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศ หากประเทศไหนแตกจะเป็นเหยื่อได้อย่างง่ายดาย จึงฝากเรื่องนี้เป็นหลัก
ถามต่อว่า หากสถานการณ์มีความจำเป็นที่ไทยจะต้องเลือกข้าง จะอยู่ข้างไหน นายดอน กล่าวว่า เราต้องดูสถานการณ์ที่เป็นจริงในวันนี้ ไม่ต้องเลือกข้างได้ยิ่งดีที่สุด ดังนั้นคนไทยและคนทั่วโลกต้องออกมาช่วยกันเรียกร้อง ให้เหตุการณ์ค่อยๆ คลี่คลาย แต่ก็เห็นหลายประเทศพูดคุยในโซเซียลเสมือนสะใจ เหมือนเกมส์ แต่ในชีวิตจริงมันต้องหาทางลดความขัดแย้ง ถึงจะสามารถเดินหน้าไปต่อได้ ตนไม่อยากจะพูดว่าสถานการณ์จะเลวร้ายหรือไม่ แต่อยากฝากว่า การหารือวันนี้วันแรกที่จะเริ่มต้น นำไปสู่จุดเริ่มต้นของจุดจบได้หรือไม่