โดยคืนวันที่ 24 ก.พ.ซึ่งเป็นวันที่ “แตงโม” จมน้ำสูญหาย ตนเองได้ยินเสียงให้ช่วยระหว่างนั่งสมาธิ และได้กลิ่นหอมเหมือนกุหลาบ เหมือนเป็นกลิ่นน้ำหอมลอยๆ โดยมากับดวงจิตของพระแม่ศรีมหาตารา ซึ่งแตงโมได้ฝากบอกว่า “โมรักแม่ที่สุด” ตนเองจึงรู้แล้วว่า แตงโมเสียชีวิตแล้ว
ตอนแรกตนเองไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยว เพราเคยมีปัญหากับ “หมอปลา” เกี่ยวกับเรื่องความเชื่อ จึงไม่อยากไปยุ่ง แต่สุดท้ายตัดสินใจไป โดยสัมผัสได้เหมือนกับ “คุณเจน ญาณทิพย์” แต่สิ่งหนึ่งที่ตนเองแตกต่างจากคนอื่น คือ ไม่ได้ใช้ความเชื่อทางพุทธ แต่เป็นทางคริสต์ เพราะตนเองไม่ยึดติดศาสนาอะไร พร้อมขอพลังจากพระเยซู ที่แสดงความมหัศจรรย์ให้เห็น
“เมื่อเราเขียนคำพิพากษาโลกได้ทั้งหมดแล้ว เราก็ควรช่วยเขา ผมไม่ต้องการเป็นข่าว เพราะผมเขียนคำพยากรณ์โลกเอาไว้แล้ว อย่างภูเขาไฟระเบิด และเขียนจนถึงเรื่องวันเกิดพระศรีอารย์ ในปี 5,021 (เป็นพระโพธิสัตว์ผู้จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าองค์สุดท้ายแห่งภัทรกัปนี้) ส่วนตัวไม่ได้แปลกใจกับเรื่องศพแตงโมลอยมา เพราะผมเห็นเรื่องแบบนี้มาจนชินแล้ว ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ”
ไม่ใช่แค่แตงโมคนเดียว ที่ต้องเจอเรื่องแบบนี้ แต่คนอื่นที่ทำไม่ดีกับแม่น้ำลำธาร ก็กำลังเจอเรื่องราววาระกรรมตามมา ซึ่งมาในรูปแบบต่างๆ เช่น ไวรัสโควิด อาหารขาดแคลน ตรงนี้เป็นกรรมที่ย้อนกลับมาหามนุษย์