จากนั้นพนักงานสอบสวนได้ประสานชุดสืบสวน และชุดสายตรวจร่วมตรวจสอบ ผลการตรวจสอบกระเป๋าใบดังกล่าว พบกัญชาอัดแท่งจำนวน 4 แท่ง น้ำหนักแท่งละ 1 ก.ก. รวม 4 ก.ก. และกระสุนปืนขนาด .38 ม.ม.จำนวน 4 นัด โดยจากการสอบถาม ผู้ต้องหาสารภาพว่า ของกลางดังกล่าวเป็นของตนจริง
ซึ่งได้ไปรับกัญชาอัดแท่งมาจากชาวบ้านโนนคำม่วง ต.นาจารย์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ รายหนึ่ง เพื่อนำมาจำหน่ายในพื้นที่ และกำลังขับรถกลับบ้าน แต่เกิดความซวย เพราะพอมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณจุดกลับรถได้ก้มหยิบโทรศัพท์ทำให้รถชนกับป้าย เสียหลักพลิกคว่ำหงายท้องอยู่กลางถนน แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บ ก่อนนำของกลางกัญชาทิ้งในพงหญ้าข้างทาง เพราะกลัวความผิด แต่ไม่รอดพ้นสายตาพลเมืองดี กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบดังกล่าว
ด้านพ.ต.อ.ดร.พัทฐกร ศาสนะสุพินธ์ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาจะพบว่าหลายท้องที่มีการตรวจจับผู้กระทำผิด มียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนหลายราย ซึ่งต้องขอชี้แจงว่า ปัจจุบัน ครม.ยังไม่ได้ปลดล็อคกัญชาแต่อย่างใด กรณีดังกล่าวจึงขอให้เป็นอุทาหรณ์ ใครมีกัญชาไว้ในครอบครอง ทั้งเพาะปลูกหรือแปรรูป อัดแห้ง ก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ต้องหารายนี้ จากการตรวจสอบประวัติ เป็นผู้ต้องหาที่เจ้าหน้าที่กำลังติดตามพฤติกรรม ส่วนรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ จากการตรวจสอบเป็นรถคนอื่น และทะเบียนปลอม เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน และขยายผลต่อไป