“สมรสเท่าเทียม” มีเนื้อหาสาระสำคัญ ได้แก่
“การหมั้น” คือการ “ทำสัญญาว่าจะสมรสตามกฎหมาย” โดยวางหลักให้การหมั้นจะทำได้เมื่อ "บุคคลทั้งสองฝ่าย" ซึ่งจากเดิมระบุว่า “ชาย-หญิง” อายุ 17 ปีบริบูรณ์ กรณีที่ยังอายุยังไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์ จะต้องได้รับความยินยอมจากบิดามารดา อีกทั้ง “ไม่จำกัดให้ของหมั้นและสินสอด” ต้องเป็นหน้าที่ฝ่ายชาย
“ปรับอายุการสมรส” จาก 17 ปี เป็น 18 ปี โดยกำหนดให้ “บุคคลทั้งสองฝ่าย” สามารถทำการสมรสได้ ไม่มีข้อจำกัดในด้านเพศ และปรับอายุขั้นต่ำในการสมรสเป็น 18 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก แต่ก็ยังยึดหลักการเดิมที่หากมีเหตุจำเป็น
“ด้านทรัพย์สินระหว่างสมรส” ทรัพย์สินระหว่างคู่สมรสไม่ว่าเพศใดย่อมมีสิทธิในการรับมรดกจากคู่สมรสอีกฝ่ายเมื่ออีกฝ่ายเสียชีวิต แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ก็ตาม ยังเหมือนเดิม รับมรดกของคู่รักได้
นอกจากนี้ยังมีสิทธิอื่น ๆ เช่นสิทธิในการรับบุตรบุญธรรมร่วมกัน ,สิทธิในการเซ็นยินยอมรักษาพยาบาล ,หน้าที่ในการเป็นผู้อนุบาล/ผู้พิทักษ์ ถ้าอีกฝ่ายเป็นคนไร้หรือเสมือนไร้ความสามารถ , สิทธิรับสวัสดิการร่วมจากรัฐในฐานะคู่สมรส,สิทธิในการเปลี่ยนสัญชาติอีกฝ่ายเป็นสัญชาติไทย และ สิทธิในการขอวีซ่าเดินทางในฐานะคู่สมรส เป็นต้น