กรณี 5 พรานป่าใจโหด เข้าไปลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ  แล้วใช้อาวุธปืนซุ่มยิงเสือโคร่ง 2 ตัวตาย แล้วนำมาแล่เนื้อถลกหนัง ผลตรวจ DNA เสือ 2 ตัวเป็นแม่ลูกกัน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

กรณี 5 พรานป่าใจโหด เข้าไปลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ  แล้วใช้อาวุธปืนซุ่มยิงเสือโคร่ง 2 ตัวตาย แล้วนำมาแล่เนื้อถลกหนัง ซึ่งเหตุเกิดบริเวณลำห้วยปิล๊อก หมู่ 4 ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ช่วงวันที่ 8-11 ม.ค. 2565

 

นายสมปอง ทองสีเข้ม ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กล่าวว่า หน่วยปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชตรวจพิสูจน์ DNA เสือโคร่ง 2 ตัวซึ่งถูกพราน 5 คนแห่งบ้านปิล็อกคี่ยิงตายในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิแล้ว พบว่า เป็นตัวเมียทั้ง 2 ตัวและเป็นแม่-ลูกกันซึ่งลูกมีอายุเพียง 1 ปี

ผลตรวจDNAเสือโคร่ง2ตัวถูกพรานป่าล่า เป็น"แม่-ลูก"กัน

ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เปิดเผยด้วยว่า ตามนิเวศวิทยาลูกเสือจะอยู่กับแม่ประมาณ 3 ปี จากนั้นจะหย่านมและแยกออกไปหากินเอง และการที่พิสูจน์ได้ว่า เสือทั้ง 2 ตัวเป็นแม่-ลูกกันจึงบ่งชี้ได้ว่า ถูกล่าขณะอยู่ด้วยกัน ไม่ใช่ถูกยิงคนละที่แล้วลากมายังบริเวณที่เจ้าหน้าที่พบซากแน่นอน ซึ่งจะพยานหลักฐานสำคัญในการดำเนินคดี ไม่ว่าผู้ต้องหาจะให้การอย่างไรก็ตาม 

ผลตรวจDNAเสือโคร่ง2ตัวถูกพรานป่าล่า เป็น"แม่-ลูก"กัน

เมื่อนำผลตรวจ DNA มาประกอบเจ้ากับวิธีชำแหละ ถลกหนังมารมควันจะชี้ชัดว่า ผู้กระทำผิดทำเพียงแค่ดำรงชีพ ป้องกันตัวเอง หรือเป็นขบวนการค้าสัตว์ป่า

สำหรับเสือโคร่งพิการขาขวาหลังขาดซึ่งกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าบันทึกได้บริเวณใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุเสือโคร่ง 2 ตัวถูกยิงและที่เสือทำร้ายนายหวาน-ชาวบ้านปิล็อกคี่ วันพรุ่งนี้ (14 ก.พ.65) เวลา 14.00 น. ณ.ตึกสืบนาคะ เสถียรชั้น 5  กรมอุทยานฯ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเสือโคร่งพิการ 3 ขา โดยนายสุภาพ งามทองเหลือง เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส ผู้ช่วยอช.เขาแหลม เป็นตัวแทนการประชุม ของสบอ. 3 (บ้านโป่ง) จะประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิและอุทยานแห่งชาติเขาแหลมีเพื่อขอข้อมูลเพิ่ม โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านเสือโคร่งร่วมพิจารณาหาแนวทางช่วยเหลือว่า จะให้หากินในป่าตามธรรมชาติต่อไป หรือควรจับออกจากป่ามาดูแล

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด