ขณะพระลูกวัดท่านหนึ่ง ซึ่งบวชที่วัดแห่งนี้มาแล้วถึง 18 พรรษา ออกมาให้ข้อมูลถึงความผิดและกฎวินัยสงฆ์ ที่ขณะบวชเข้ามาเป็นสมณเพศย่อมรู้กฎวินัยข้อห้าม 4 ข้ออยู่แล้วคือ 1.เสพเมถุน 2.ลักทรัพย์ 3.อวดอุตริที่ไม่มีในตัว และ 4.การฆ่ามนุษย์
ส่วนเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับทางอดีตเจ้าอาวาสนั้น ถือเป็นเรื่องที่หนักกว่า ปราชิก คือ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เสพเมถุน แต่การที่มีสีกาเข้าไปอยู่สองต่อสองในกุฎิหรือในที่กำบัง ลับตา ตามวินัยแล้วถือเป็นเรื่องของโลกวัชชะ คือ โลกติเตียน หรือชาวบ้านติเตียน ต้องยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้นและลาสิขา พ้นจากสมณเพศ การบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ต้องมีวินัย สำรวจกาย วาจา ใจ และประพฤติตนตามวินัยสงฆ์ ให้ชาวบ้านเลื่อมใสศรัทธา
ทั้งนี้ตั้งแต่คืนเกิดเหตุ นายสมุทรหรืออดีตเจ้าอาวาสก็ยังไม่ได้กลับเข้ามาภายในวัด ข้าวของเครื่องใช้ภายในกุฏิยังอยู่เหมือนเดิม โดยพระลูกวัดส่วนใหญ่ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นที่อดีตเจ้าอาวาสถูกจับสึกไป แต่ทุกคนไม่อยากพูดถึงเหตุการณ์นั้นอีก
นางนัยนา (สงวนนามสกุล) น้องสาวของเจ้าอาวาสได้ออกมาปกป้องพี่ชาย โดยมองว่าเรื่องนี้เป็นการกลั่นแกล้งกันมากกว่า หลังเกิดเรื่องก็ไม่สามารถติดต่อกับพี่ชายได้ เพราะโทรศัพท์หาย ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน ในส่วนของผู้หญิงที่ตกเป็นข่าวด้วยนั้น ตนเองรู้จักดี เป็นคนมีครอบครัวแล้ว ทั้งยังมีลูกถึง 3 คน เคยมากินข้าวที่บ้านตนเองด้วย ส่วนเรื่องที่ว่าเขาไปเกี่ยวข้องอะไรกับพี่ชายนั้นไม่ทราบ รู้แต่เขานับถือหลวงพี่เป็นหลวงพ่อ วันเกิดเหตุไม่รู้ยกทรงมาจากไหน เครื่องดื่มในตู้เย็นก็เช่นกัน เรื่องเอายางรัดหัวก็เป็นเรื่องปกติ
อย่างไรก็ตามนอกจากเสียงพิพากษ์วิจารณ์ของคนในสังคมเรื่องการกระทำผิดวินัยสงฆ์ และพฤติกรรมฉาวที่ไม่สมควรเกิดขึ้น ยังมีเรื่องที่กลายเป็นกระแสฮือฮาในโลกโซเชียล เมื่อชาวเน็ตทำภาพแซว พระสมุห์ประสาทพร มหาปุญโญ เจ้าอาวาสวัดดังย่านสมุทรปราการ นำยางรัดผมสีดำของสุภาพสตรีรัดศีรษะ พร้อมอ้างว่ายางรัดผมดังกล่าวเป็นของตนที่เอาไว้รัดศีรษะแก้ปวดหัว ก่อนที่จะแสดงวิธีการรัดศีรษะให้ดู จนเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ในขณะนี้