ศาลยกฟ้อง BTS เรียกค่าเสียหายประมูลสายสีส้ม
09 ก.พ. 2565 | kwanprasert_sri

ศาลปกครองกลาง ชี้ รฟม.และคณะกรรมการม. 36 แก้ไขหลักเกณฑ์ประมูลสายสีส้มไม่ชอบด้วยกฎหมาย สั่งยกฟ้องเรียกค่าเสียหาย 5 แสน
ข่าว
09 ก.พ. 2565 | kwanprasert_sri

ศาลปกครองกลาง ชี้ รฟม.และคณะกรรมการม. 36 แก้ไขหลักเกณฑ์ประมูลสายสีส้มไม่ชอบด้วยกฎหมาย สั่งยกฟ้องเรียกค่าเสียหาย 5 แสน
ศาลปกครองกลาง นัดอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ 2280/2563 ระหว่าง บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ฟ้องคดี กับคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่ง พรบ.ร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) ในคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
โดยสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ BTSC ได้เดินทางมาถึงศาลปกครองในเวลา 09.45 น.
กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ BTSC ระบุ ภายหลังฟังคำพิพากษา ว่าศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าการแก้ไขหลักเกณฑ์การประมูลเป็นสาระสำคัญ ถือเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และอาจทำให้เกิดการใช้งบประมาณมากขึ้น ต้องไปดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ในส่วนของการเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับบริษัท ศาลได้พิจารณายกฟ้องเนื่องจากศาลมองว่า บริษัทต้องมีค่าใช้จ่ายเรื่องการดำเนินการอยู่แล้ว จึงมองว่าบริษัทไม่เสียหาย
ซึ่งการดำเนินการหลังจากนี้ บริษัทจะหารือกับฝ่ายกฎหมายว่า จะดำเนินการอย่างไร โดยศาลฯได้อนุญาตให้มีการยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน ส่วนคดีอื่นๆ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา คือที่ศาลปกครอง คดีที่ภาครัฐออกประกาศยกเลิกประกวดราคารถไฟฟ้าสายสีส้มฝาย จากการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ประกวดราคา และคดีตามกระบวนการศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง 1 คดี ฐานความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 มาตรา 165 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณาคดี
ส่วนกรณีของการต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ระบุว่า เอกชนทำได้เพียงปฎิบัติตามสัญญาจ้างเดินรถ ก็จะปฎิบัติหน้าที่ต่อไปแม้ว่าจะยังไม่ได้รับหนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งการที่มีคนพูดว่าเอาหนี้ 30,000 ล้าน นำมาแลกกับสัมปทาน ถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง หนี้ที่เกิดขึ้นเป็นหนี้ที่ให้บริการจริงกับประชาชน ทั้งการติดตั้งระบบ และการเดินรถ ส่วนเรื่องสัมปทานเป็นเรื่องของภาครัฐที่พยายามจะแก้ปัญหาระยะยาว โดยเฉพาะหนี้ของ กทม.ที่รับภาระค่าก่อสร้าง กับงานโยธา มาจากทาง รฟม.จำนวน 60,000 ล้านบาท รวมถึงค่าโดยสารที่ต้องให้เก็บไม่เกิน 65 บาท สวนทางกับเกณฑ์เดิมที่กำหนดไว้สูงสุด 158 บาท ระยะทาง 60 กิโลเมตร จึงเจรจากันเพื่อลดค่าโดยสาร ดังนั้น ทั้งสองเรื่องจึงไม่เกี่ยวข้องกัน ทาง BTSC อยากให้รัฐชำระหนี้สินที่ค้างอยู่เกือบ 40,000 ล้านบาท และหากจะให้เป็นผู้เดินรถต่อไปก็ไม่มีปัญหา เพียงแค่ขอให้ชำระค่าจ้างเดินรถ