นพ.สิวดล กล่าวต่อว่า ขณะนี้ยังเป็นเพียงการฟอร์มทีมที่พอจะเป็นรูปเป็นร่างเท่านั้น ยังไม่มีการขับเคลื่อนใดๆ ซึ่งขอดูท่าทีของกมธ.กฎหมายฯ หลังจากที่ทางกลุ่มจะยื่นข้อเรียกร้อง ในวันที่ 10 ก.พ.นี้ ก่อนว่า จะเคลื่อนไหวไปในทิศทางใด จาก 3 แนวทางในการผลักดันกฎหมาย ตามระบบรัฐสภา คือ มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) กลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 20 คน และ การร่วมลงชื่อสนับสนุนจากประชาชน
"เรามองเอาไว้คร่าวๆ หากเป็นไปได้ จากฉบับร่างที่นำเสนอ เราอาจขอความช่วยเหลือจากสำนักงานเลขาธิการ รัฐสภา โดยจะประสานผ่านประธานสภาฯ เพื่อขอใช้บริการในการเขียนกฎหมาย แยกมาตราดังกล่าวออกมา" นพ.สิวดุล ระบุ
ส่วนอีกสองเรื่อง คือ การปลูกจิตสำนึก ซึ่งจะเป็นการสร้างวินัยการขับรถบนท้องถนน ให้ผู้ขับขี่ตระหนักถึงความปลอดภัยที่ควรเกิดขึ้นบนทางม้าลาย และการปรับปรุงด้านกายภาพ ที่แบ่งออกเป็น 2 ส่วนย่อยๆ คือ ในเขตกรุงเทพฯ จะร่วมทำงานกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ เช่น กรมการขนส่งทางบก และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ สตช. ในการประสานงานในการดูแลทางข้าม ว่าจุดไหนเป็นความรับผิดชอบของใคร เพื่อปรับปรุง ทาสี ทางข้ามให้มีความเป็นสากลมากกว่านี้