ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของกรุงเทพประกันชีวิต และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในอนาคต บริษัทจึงได้กำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจในช่วง 3 ปีข้างหน้า (2565-2567) เพื่อการเดินทางสู่อนาคตที่ยั่งยืน (a journey towards sustainable future) โดยมุ่งเน้น 5 มิติหลักขับเคลื่อนสู่องค์กรแห่งความยั่งยืนซึ่งประกอบด้วย
1.Health บริการด้านสุขภาพที่เป็นเลิศ (Excellent Health Services) โดยมุ่งพัฒนาสินค้าใหม่ เพื่อให้ตอบโจทย์ทุกความต้องการของทุกคน ซึ่งปัจจุบันมีแผนความคุ้มครองสุขภาพ ครอบคลุมทุกเพศทุกวัย เช่น Prestige Health แผนความคุ้มครองทุนประกันสูงพิเศษ และความคุ้มครองด้านสุขภาพยามเดินทางต่างประเทศ และ Happy Health แผนความคุ้มครองด้านสุขภาพที่ครอบคลุมห้องพักเดี่ยวมาตรฐานทุกโรงพยาบาล และมอบความคุ้มครองสูงสุด 5 ล้านบาทต่อการรักษา และมีแผนสินค้าใหม่ที่ได้วางขายคือ Value Health แผนความคุ้มครองด้านสุขภาพ เพื่อความคุ้มครองที่เพิ่มจากที่มีอยู่ กับสินค้า Value Health แผนความคุ้มครองด้านสุขภาพเด็ก
นอกจากนี้ มีการพัฒนาระบบนิเวศด้านสุขภาพ(Health Ecosystem) ด้วย BLA Health Services ที่มอบความอุ่นใจด้วยบริการสุขภาพครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น BLA Health Partner, BLA Every Care และ E-Services โดยที่ผ่านมาโครงการ Care@Home ที่กรุงเทพประกันชีวิตมอบให้แก่ลูกค้าในสถานการณ์โควิด-19 สำหรับผู้ประสบปัญหา Home isolation จากโควิด-19 เฟสที่ 1 เริ่มในเดือน ส.ค.2564 และโครงการ Care@Home เฟสที่ 2 เริ่มตั้งแต่เดือน ม.ค.2565 เป็นต้นไป และจากการทุ่มเททำงานอย่างหนักของกรุงเทพประกันชีวิตในการให้บริการลูกค้าอย่างครบวงจร จากผลสำรวจความพึงพอใจลูกค้า(Net Promoter Score: NPS) ในปี 2564 อยู่ที่ 44% ปรับตัวเพิ่่มขึ้น 4% จากปี 2563