ซึ่งต่อมาเจ้าของร้านได้ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กอีกครั้ง โดยขออย่าจับโยงการเมือง โดยมีข้อความว่า “ขายชาบู หาเงินมาใช้หนี้ และพยายามจะรีบส่งลูกคนเล็กเรียนแต่ทำไม ถึงโยงเข้าการเมือง ผมไม่เข้าใจ คุณใช้ใจอ่านนะ ให้หัวใจคุณอ่าน ผมแค่โพสเพื่อประกาศให้ลูกค้า ที่เป็นลูกเพจเค้ารับรู้ ว่าผมจะไม่ปิด จะเปิด ไม่มาช่วยเหลือก็อย่ามาห้าม ไปๆ มาๆ ก็โดนเอาตัวผมและครอบครัว ไปโยงการเมือง ผมแค่คนตัวเล็กๆผมรักลูกๆ รักภรรยา โพสให้ลูกค้าผมเห็นก่อน เค้าจะได้รู้ว่า ผมไม่ปิด อย่าเอาการเมืองเข้ามาในเพจเลย และที่สำคัญ ร้านผมดังอยู่แล้ว อย่าเข้าใจอะไรผิดใครจะเป็นนายกผมก็ต้องหากินเลี้ยงครอบครัว ผมอยู่ดี ผมช่างแม่งมานานละ หยุดนะ ขอร้อง"
กระทั่งในที่สุดต้นเดือนก.พ. 2565 นางสาวมธุรา อดเหนียว หรือ แก้ว ภรรยาเจ้าของร้าน “โกดังชาบู” ได้ออกมาไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กทั้งน้ำตาประกาศ วันนี้คงต้องจบลงจริงๆ แล้ว ไปต่อไม่ไหวแล้ว ทำเต็มที่แล้ว จนวินาทีสุดท้ายแล้ว แม้แต่จะลงของขายยังไม่มีปัญญา คงต้องปล่อย ใครสนใจเช่าพื้นที่ เซ้งร้าน ติดต่อได้ เงินที่ได้จากค่าเช่า ค่าเซ้ง จะนำไปเคลียร์หนี้สิน หากพอนำไปตั้งร้านเล็กๆ ได้ ก็น่าจะเป็นแบบนั้น
พร้อมระบุด้วยว่า “แฟนก็ป่วย แม่ค้าไม่รู้จะทำยังไงแล้วจริงๆ มีแต่คุยได้กับลูก แฟนแม่ค้าเป็นซึมเศร้า เขาดีขึ้นแล้ว แต่ตอนนี้มีอาการอีก ไม่รู้ว่าจะดูแลเขาได้ไหม ห่วง กลัวเขาจะทำร้ายตัวเองอีก
“ตอนนี้แม่ค้าสุดแล้วจริงๆ ต้องขอบคุณลูกค้า ลูกเพจทุกท่านที่ให้กำลังใจ แม่ค้าพยายามแล้ว สู้แล้ว แต่ไม่ไหวจริงๆ ที่เป็นแบบนี้ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ร้านปิดแล้ว แม่ค้าสู้ไม่ได้จริงๆ แค่ลงของขายต่อวันก็ไม่ไหวแล้ว ชักหน้าโปะหลัง แม่ค้าทำเต็มที่แล้ว จะเอายังไงต่อจากนี้ก็ไม่รู้เลย”
ซึ่งแม้ประกาศปิดกิจการแล้ว แต่ตอนนี้ทางร้านยังรับทำข้าวกล่องสำหรับแจกชุมชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมมีทีมงานไปแจกของให้ อีกทั้งยังมีน้ำจิ้มสุกี้และน้ำจิ้มซีฟู้ดจำหน่าย ผู้สนใจสามารถติดต่อได้ทาง หน้าเพจ หรือ ช้อปปี้ หรือโทร 06-5919-0111 (แก้ว)