เนชั่นทีวี

ข่าว

หมอเฉลิมชัย เผย "โอมิครอน BA2." แพร่กระจายแล้ว 54 ประเทศ

29 ม.ค. 2565 | ratchata

หมอเฉลิมชัย เผย "โอมิครอน BA2." แพร่กระจายแล้ว 54 ประเทศ

หมอเฉลิมชัย เผย โอมิครอน BA2. แพร่กระจายแล้ว 54 ประเทศ ระบาดเร็วกว่าเดิม 1.5 เท่า ขณะประสิทธิผลของวัคซีนถ้าฉีด 2 เข็ม นานกว่า 6 เดือน จะมีประสิทธิผลเหลือเพียง 9-13% การฉีดเข็ม 3 ช่วยเพิ่มขึ้นได้ 63-70%

29 มกราคม 2565 น.พ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ หรือ หมอเฉลิมชัย รองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา โพสต์ Blockdit  “ร้อยแปดพันเก้ากับหมอเฉลิมชัย” เผยถึงการแพร่ระบาดของ “โอมิครอน BA.2” พบแล้ว 54 ประเทศ มีความไวในการแพร่มากกว่า “โอมิครอน BA.1” โดยมีเนื้อหาดังนี้..

 

ล่าสุด !! ไวรัสโอมิครอนสายพันธุ์ย่อยที่ 2 (BA.2) แพร่ระบาดได้เร็วกว่าสายพันธุ์ย่อยที่ 1 (BA.1) 1.5 เท่า

หลังจาก ไวรัสโอมิครอน ได้กลายเป็นสายพันธุ์หลักของโลก ในการก่อให้เกิดโรคโควิด-19 โดยใช้เวลาเพียง 2 เดือนเศษ ก็เนื่องมาจากไวรัสโอมิครอน มีโครงสร้างหนามที่เปลี่ยนแปลงไปมาก จึงทำให้มีความสามารถในการแพร่ระบาดมากกว่าไวรัสเดลต้า 4-6 เท่า

 

หมอเฉลิมชัย เผย "โอมิครอน BA2." แพร่กระจายแล้ว 54 ประเทศ

 

ต่อมาก็พบว่าไวรัสดังกล่าว มีการแยกออกเป็น 3 สายพันธุ์ย่อย (Subvariant) คือ BA.1 , BA.2 , BA.3 โดยที่ขณะนี้ สายพันธุ์ย่อยที่หนึ่ง เป็นสายพันธุ์หลักประมาณ 98% ใน 160 ประเทศ

แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีการตรวจพบ สายพันธุ์ย่อยที่สอง  (โอมิครอน BA.2) ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2564 และทำท่าว่าจะแพร่เร็วกว่าสายพันธุ์ย่อยที่หนึ่ง

 

ข้อมูลล่าสุด พบในประเทศต่างๆ 54 ประเทศแล้ว โดยมีประเทศเดนมาร์กเป็นประเทศแรกที่พบ และในขณะนี้ผู้ติดเชื้อในเดนมาร์กกว่าครึ่งเป็นสายพันธุ์ย่อยที่สองแล้ว

หมอเฉลิมชัย เผย "โอมิครอน BA2." แพร่กระจายแล้ว 54 ประเทศ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเดนมาร์ก และ ผู้บริหารของสถาบันแห่งชาติเดนมาร์ก ได้ให้ข้อมูลว่า สถานการณ์ผู้ติดโควิดของเดนมาร์กกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีสายพันธุ์ย่อยที่สองเป็นสายพันธุ์หลัก

 

จากการคำนวณความสามารถเบื้องต้นพบว่า สายพันธุ์ย่อยที่สองแพร่ระบาดเร็วกว่าสายพันธุ์ย่อยที่หนึ่ง 1.5 เท่า และมักจะแพร่ระบาดในเด็กอายุ 5-17 ปี แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่า สายพันธุ์ย่อยที่สอง จะทำให้เกิดโรคที่รุนแรงถึงขั้นต้องนอนโรงพยาบาลมากกว่าสายพันธุ์ย่อยที่หนึ่ง

ในขณะที่ ประเทศอังกฤษ ได้จัดให้สายพันธุ์ย่อยที่สอง อยู่ในกลุ่มที่จะต้องทำการตรวจสอบเพิ่มเติม (VUI) โดยพบว่า ประสิทธิผลของวัคซีนต่อสองสายพันธุ์ย่อยนั้นใกล้เคียงกันคือ ถ้าฉีด 2 เข็ม นานกว่า 6 เดือน จะมีประสิทธิผลเหลือเพียง 9-13%

 

ถ้าฉีดกระตุ้นเข็ม 3 นาน 2 อาทิตย์หลังจากกระตุ้น จะมีประสิทธิผลเพิ่มขึ้นเป็น 63-70% และยังพบในประเทศนอร์เวย์ สวีเดน สิงคโปร์ อินเดีย ฟิลิปปินส์ สหรัฐฯ และพบในประเทศไทยแล้วด้วยเช่นกัน

 

หมอเฉลิมชัย เผย "โอมิครอน BA2." แพร่กระจายแล้ว 54 ประเทศ

 ดังนั้น สามารถสรุปได้ว่า 

  1. สายพันธุ์ย่อยที่ 2 แพร่ระบาดเร็วกว่าสายพันธุ์ย่อยที่ 1 มากถึง 1.5 เท่า แต่ความรุนแรงของโรคยังใกล้เคียงกัน
  2. ระดับภูมิคุ้มกันของร่างกายที่เกิดจากการฉีดวัคซีน สามารถรับมือกับทั้งสองสายพันธุ์ย่อยได้ใกล้เคียงกัน โดยลดลงจากที่สามารถรับมือกับเดลตาค่อนข้างมาก

 

ข้อควรระมัดระวังและมีมาตรการต่าง ๆ ได้แก่

  1. ประชาชนยังต้องรักษาวินัยในการป้องกันโรคระบาด เพราะสายพันธุ์ย่อยที่สองแพร่เร็วและง่ายกว่าสายพันธุ์ย่อยที่หนึ่ง
  2. ภาครัฐยังไม่ควรส่งสัญญาณให้สาธารณะเข้าใจว่าทุกอย่างกำลังจะดีขึ้นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมาตรการ Test & Go หรือการคาดหมายว่าจะเป็นโรคประจำถิ่น เพราะจะทำให้ความระวังของสาธารณะลดลง เป็นโอกาสให้เกิดการแพร่ระบาดของโอมิครอนเพิ่มขึ้นมาได้ ปัจจุบัน การติดโควิดในประเทศไทยถือว่าทรงตัว ยังไม่ใช่ช่วงขาลง
  3. ควรเร่งฉีดวัคซีนเข็ม 3 โดยเร็ว เพราะได้ผลดีกว่า 2 เข็มชัดเจน การตั้งเป้าฉีดเข็มสอง 80% จึงไม่เพียงพอ จำเป็นต้องปรับเป้าหมายเป็นฉีดเข็มสามให้ได้ 80%
  4. เร่งฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยงที่จะมีอาการรุนแรงได้แก่ ผู้สูงอายุและกลุ่มโรคประจำตัว ให้ได้100% หรือให้ได้มากที่สุดเท่าที่สามารถจะทำได้ เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตลง
  5. ทุกฝ่ายต้องมีความเข้าใจร่วมกันว่า โอมิครอนยังอยู่ในสถานการณ์ทรงตัว ไม่ใช่ช่วงขาลง ยังคงจำเป็นที่จะต้องมีมาตรการและการระมัดระวังอยู่ในระดับเท่าเดิม
  6. ไม่ควรปล่อยให้มีการติดเชื้อตามธรรมชาติ โดยเข้าใจว่ามีอาการรุนแรงน้อย เพราะสามารถติดเชื้อซ้ำได้ และบางรายอาจมีอาการแทรกซ้อนเรื้อรังที่เรียกว่า Long COVID

หมอเฉลิมชัย เผย "โอมิครอน BA2." แพร่กระจายแล้ว 54 ประเทศ

ข่าวล่าสุด