หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รับ การแยกตัวของ"กลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส" ทำให้เกิดความไม่แน่นอน เสียงฝ่ายรัฐบาล "เหลือเท่าไหร่?"

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  จุรินทร์  ลักษณวิศิษฐ์  พูดถึง ปัญหาในพรรคพลังประชารัฐ กรณี กลุ่มของ ร.อ.ธรรมนัส แยกตัวจากพรรคพลังประชารัฐไป 21 เสียง โดยหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า  เป็นปัญหาภายในของพรรคพลังประชารัฐ  ไม่ขอวิจารณ์ลึกลงไปในรายละเอียด และไม่อยู่ในฐานะที่จะไปตอบแทนได้   

แต่ถ้าถามว่า  มีผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลหรือไม่ ในภาพรวมก็ต้องยอมรับ ว่า อาจมีผลกระทบ แต่ทั้งหมดก็ต้องไปดูข้อเท็จจริง ว่า ในการลงมติในสภาผู้แทนราษฎรนั้น ผลจะปรากฏออกมาอย่างไร รัฐบาลยังมีเสียงที่แน่นเหนียวกับรัฐบาลจำนวนเท่าไหร่ และฝ่ายค้านเหลือเท่าไหร่แต่ทั้งหมดก็ต้องไปดูข้อเท็จจริงด้วยว่า สุดท้ายแล้วเสียงจะเป็นอย่างไร ซึ่งขณะนี้ “ยังแกว่งอยู่” ยังคาดการณ์เป็นข้อสรุปขั้นสุดท้ายยังไม่ได้ เพราะยังปรากฏข่าวที่ค่อนข้างสลับซับซ้อน ว่า สุดท้ายแล้วเสียงที่ยังไม่มีความแน่นอนนั้นมีจำนวนเท่าไหร่ ก็ต้องดูต่อไป"

ถามถึงการเกิด “อุบัติเหตุทางการเมือง” ภายในปีนี้ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า “ตอบไม่ได้ หลายคนก็พยายามถามเรื่องการยุบสภา ซึ่งเป็นอำนาจนายกฯ ถ้ายุบสภา ก็หมายความว่า มันจะต้องเกิดอุบัติเหตุ หรือ เกิดปัญหาทางการเมือง ซึ่งขณะนี้มันก็ยังไม่เกิด แต่ถ้าเกิดมายุบตอนนี้ มันจะมีปัญหาอีกข้อนึงตามมา คือ ปัญหาเรื่องกฎหมายลูกที่ยังไม่มี เพราะฉะนั้นจะไปต่อได้อย่างไร ถ้าเกิดยุบสภามีแต่รัฐธรรมนูญ กฎหมายลูกที่จะเป็นตัวกำหนดกฎเกณฑ์ กติกา และการกำกับการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมาถึงยังไม่ออกมาแล้วจะไปยังไง อันนี้ก็เป็นคำถามอยู่”

 

เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์จะเตรียมรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไรในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า "จุดยืนประชาธิปัตย์นั้นมีความชัดเจนอยู่แล้วในเรื่องการทำงานกับรัฐบาลเราเป็นสถาบันทางการเมือง เรารู้หน้าที่ดี ว่า หน้าที่ของเราคืออะไร ทั้งหน้าที่ในฐานะที่เป็นฝ่ายบริหารในคณะรัฐบาล และหน้าที่ในฐานะพรรคร่วมรัฐสภาในระบบรัฐสภาอันนี้ไม่ต้องกังวล และผมก็ยืนยันแล้วว่า ยุคนี้ประชาธิปัตย์ ต้องเน้นเรื่องการทำหน้าที่ ทุ่มเท ทำงานหนักให้ครบถ้วนสมบูรณ์ เพราะเรามีเวลาจำกัด โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญก็กำหนดไว้ว่า รัฐบาลอยู่ได้ไม่เกินเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นต้องใช้เวลาที่มีอยู่จำกัดนี้ ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชนให้ได้”