กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ระบุโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนเป็นสายพันธุ์หลักในประเทศไทยแทนเดลต้าแล้ว คาดปลายเดือน ม.ค. นี้จะกลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดทั่วประเทศ ย้ำการติดเชื้อซ้ำสามารถเกิดขึ้นได้แต่อาการไม่รุนแรง

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

     วันนี้ (21 ม.ค.) ที่ศูนย์แถลงข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา กระทรวงสาธารณสุข นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบุว่า จากการเฝ้าระวังสายพันธุ์การแพทย์ระบาดโควิด-19 โดยข้อมูลระหว่างวันที่ 11 - 17 ม.ค.  65 ภาพรวมทั้งประเทศพบเป็นการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน ร้อยละ 86.8 สายพันธุ์เดลต้า ร้อยละ 13.2 โดยในการตรวจการติดเชื้อโควิด-19 จากกลุ่มผู้เดินทางมาจากต่างประเทศเกือบทั้งหมด ร้อยละ 96.6 เป็นการติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน และการติดเชื้อในประเทศเป็นโอมิครอน ร้อยละ 80.4 หากแบ่งตามพื้นที่พบการคิดเขื้อของสายพันธุ์โอมิครอน การสุ่มตรวจ 10,721 ราย จาก กทม. ชลบุรี // ภูเก็ต // ร้อยเอ็ด  และ สมุทรปราการ 
 

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

     ทั้งนี้ในการสอบสวนโรค พบการติดเชื้อจากกลุ่มคัสเตอร์ใหม่ถึง ร้อยละ 84.86 และมีกลุ่มที่เป็นการติดเชื้อซ้ำ 8 ราย โดยนายแพทย์ศุภกิจ กล่าวว่า ในการติดเชื้อของประชากรคนไทยกว่า 2,000,000 คน พบมีการติดเชื้อทุกสายพันธุ์ ซึ่งจะมีภูมิคุ้มกันแต่ก็มีโอกาสที่ภูมิคุ้มกันจะลดต่ำลงเช่นเดียวกับการรับวัคซีน จึงมีโอกาสที่เกิดการติดเชื้อซ้ำได้ แต่ความรุนแรงของกลุ่มอาการจะลดลง โดยกลุ่มที่มีความน่าเป็นห่วงและกังวล คือ กลุ่มเปาะบาง ผู้ป่วยติดเตียง ที่อาจจะเสียชีวิตได้ จึงจำเป็นต้องรับวัคซีนเข็มกระตุ้นในกลุ่มนี้

 

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ระบุโควิดโอมิครอนเป็นสายพันธุ์หลักแทนเดลต้าแล้ว

     อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มการแพร่ระบาดคาดว่า ในช่วงปลายเดือน ม.ค. นี้ การแพร่ระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน จะเป็นสายพันธุ์หลักและสายพันธุ์เดียวที่เกิดขึ้น แต่ยังเชื่อว่าความรุนแรงของอาการป่วยและการเสียชีวิตจะมีแนวโน้มลดลง ซึ่งเมื่อถึงวันนึงเราจะไม่เกิดความวิตกกังวลถึงการติดเชื้อที่จะมีลักษณะเช่นเดียวกับการระบาดที่เคยเกิดขึ้นอย่างเช่นไข้หวัดใหญ่หรือไข้หวัด 2009 

 

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ระบุโควิดโอมิครอนเป็นสายพันธุ์หลักแทนเดลต้าแล้ว