ปัญหา "หมูแพง-ไข่แพง" ได้ถูกขยายผลเป็นประเด็นทางการเมืองถล่มรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ที่ออกมาขับเคลื่อนเรื่องนี้ ประสานเสียงไปพร้อมๆ กับกระแสตำหนิวิจารณ์ของประชาชน และจะนำไปสู่การอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ซึ่งจะเริ่มวันนี้

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

พรรคเพื่อไทย นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค ได้จังหวะยื่นอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นการ "ซ้อมซักฟอก" เพราะการอภิปรายโดยไม่มีการลงมติ รัฐธรรมนูญเปิดให้อภิปรายได้ปีละ 1 ครั้ง เช่นเดียวกับศึกซักฟอก หรืออภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็อนุญาตให้ทำได้ปีละ 1 ครั้งเช่นกัน 

 

เมื่อตอนเปิดสมัยประชุมสภาใหม่ๆ เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว พรรคก้าวไกล ไฟแรงร้อนวิชา อยากขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อถล่มรัฐบาลทันที ทันควัน แต่พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำพรรคฝ่ายค้านเบรกเอาไว้ บอกให้รอจังหวะที่รัฐบาลเพลี่ยงพล้ำมากกว่าช่วงนั้นก่อน 

 

และแล้วจังหวะก็มาถึง นั่นก็คือเมื่อปลายปี 64 ต่อเนื่องปี 65 เรื่อง "หมูแพง" ลามไปถึง "ไข่แพง" และ "เนื้อไก่" ก็แพงตาม รวมไปถึงน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ทยอยกลับมาขึ้นราคา ทำให้สินค้าแทบทุกตัวขยับขึ้นหมด ไม่เว้นค่าขนส่งอย่างเรือโดยสารในคลองแสนแสบ เรื่องแบบนี้ส่งผลทางจิตวิทยาต่อรัฐบาลอย่างมาก เพราะประเทศบังไม่ฟื้นไข้จากโควิด-19 ที่ปิดเมืองยาว แม้เพิ่งเปิดประเได้ไม่นาน (1 พ.ย.64) ก็เจอโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ถล่มซ้ำ แล้วจู่ๆ มาเจอหมูแพง สินค้าอุปโภคบริโภคขยับราคาขึ้นทุกตัวอีก เรียกว่า เคราะห์ซ้ำ กรรมซัด

 

งานนี้พรรคเพื่อไทย คาดหวังไว้สูงแม้ไม่สามารถล้มรัฐบาลได้แต่ ชญาภา สินธุไพร รองโฆษกพรรค ออกมาถล่มเป็นฉากๆ ขนานนามว่ายุครัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นยุค "ของแพง ค่าแรงถูก" เพราะราคาสินค้าขยับขึ้นต่อเนื่อง ทั้งผักแพง น้ำมันแพง ค่าไฟฟ้าแพง ค่าก๊าซหุงต้มแพง ค่าทางด่วนแพง หมูแพง ล่าสุดไข่แพง เนื้อสัตว์อื่นๆ ก็ปรับราคาตาม กลายเป็นวิกฤติ "ของแพงทั้งแผ่นดิน" พร้อมทวงนโยบายหาเสียงของพรรคพลังประชารัฐ ที่ประกาศจะปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำที่ 400-425 บาท แต่จวบจนถึงทุกวันนี้ค่าแรงยังไม่ขึ้นแต่มาขึ้นค่าครองชีพแทน ถือเป็นวิกฤติซ้อนวิกฤติ 

งานนี้พรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ยื่นขอเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ เตรียมประเด็นเชือดรัฐบาลทั้งการบริหารจัดการโควิด-19 ที่ล้มเหลว ทำให้เกิดการระบาดระลอกใหม่ ไม่มีการเตรียมวางแผนรับมือไว้ล่วงหน้า และการปล่อยให้สินค้าราคาแพง ทั้งน้ำมันเชื้อเพลิง หมู ไข่ เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ 

เริ่มวันนี้ฝ่ายค้านจัดทัพ "จัดหนัก"ถล่มรัฐบาล4ปม เน้นของแพง ค่าแรงถูก

ประเด็นที่น่าจะนำมาอภิปราย คือ นโยบายหาเสียงของพรรคพลังประชารัฐ ที่เคยหาเสียงเอาไว้ แต่แทบทุกเรื่องไม่เกิดขึ้นจริงเลย  โดยเฉพาะนโยบายเรื่องขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งที่ผ่านมายังไม่ขึ้นตามที่ประกาศ 

เริ่มวันนี้ฝ่ายค้านจัดทัพ "จัดหนัก"ถล่มรัฐบาล4ปม เน้นของแพง ค่าแรงถูก

เมื่อตรวจสอบ 5 นโยบายหลักของพรรคพลังประชารัฐที่ฝ่ายค้านเตรียมหยิบมาอภิปรายกลางสภา ก็คือ 

 

- ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เป็นวันละ 400- 425 บาท 

- ปริญญาตรี เงินเดือนเริ่มต้น 20,000 บาท 

- อาชีวะเงินเดือนเริ่มต้น 18,000 บาท 

- มารดาประชารัฐ ตั้งครรภ์รับ 3,000 บาทต่อเดือน สูงสุด 9 เดือน รวมไม่เกิน 27,000 บาท ค่าคลอดบุตร 10,000 บาท ค่าดูแลเด็ก 2,000 บาทต่อเดือน โดยจะได้รับจนเด็กอายุ 6 ขวบ รวมแล้วเป็นเงิน 144,000 บาทต่อคน

- ลดภาษี บุคคลธรรมดา 10% 

 

ล่าสุดโลกโซเชียลฯ ยังแห่แชร์ภาพจากเพจเฟซบุ๊กของพรรคพลังประชารัฐ ที่เคยโพสต์ไว้เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 62 ก่อนการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค.62 ประกาศนโยบายหาเสียงของพรรคว่า "ปี 65 รถเมล์ร้อนต้องสูญพันธุ์" พร้อมภาพรถเมล์สีครีม-แดง ที่จะไม่ให้มีอีกต่อไปเมื่อถึงปี 2565 แต่จนถึงวันนี้ ขึ้นปี 65 แล้ว แต่ทุกอย่างยังเหมือนเดิม 

 

สำหรับเนื้อหาอภิปราย พรรคร่วมฝ่ายค้านจะแบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ

1. เศรษฐกิจปากท้อง

2. ปัญหาโรคระบาดต่างๆ

3. ปัญหาการเมืองการทุจริตคอร์รัปชั่น และ

4. เรื่องอื่นๆ

 

การอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ระหว่างวันที่ 17-18 ก.พ.65 พรรคฝ่านค้านได้เวลาทั้งหมด 22 ชั่วโมง จะเริ่มต้นด้วยหัวหน้าพรรคแต่ละพรรค เรียงลำดับดังนี้

1. นพ.ชลน่าน 2. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล 3. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย 4.พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ 5.นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ และ 6.นายนิคม บุญวิเศษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพลังปวงชนไทย โดยในช่วงค่ำของวันที่ 18 ก.พ. นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้านจะเป็นผู้อภิปรายสรุปในตอนท้าย

 

ส่วนความเคลื่อนไหวจากทางฟากฝั่งรัฐบาล คุณธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมารับหน้าเสื่อแทน โดยบอกว่า รัฐบาลไม่หวั่นที่ฝ่ายค้านยื่นขอเปิดอภิปรายทั่วไป ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 เพราะรัฐบาลพร้อมชี้แจงและจะถือโอกาสนี้อธิบายให้ประชาชนได้ทราบข้อมูลที่ถูกต้องด้วย เนื่องจากฝ่ายค้านสลับหน้ากันดิสเครดิตรายวันจนประชาชนสับสน