โฆษกรัฐบาลเผย "นายกฯ" ชูมวยไทยเป็น Soft Power ดันสู่เวทีระดับโลก แนะกระทรวงการท่องเที่ยวฯ หารือภาคเอกชน จัดเทศกาลมวยไทยในประเทศ เพื่อร่วมส่งเสริมวัฒนธรรมไทย แต่ต้องคำนึงถึงความคุ้มค่า

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

11 มกราคม 2565 พล.อ.ธันวาคม ทิพยจันทร์ ที่ปรึกษา รมว.วัฒนธรรม และนายกสมาคมพันธมิตรมวยไทยโลก เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เพื่อหารือถึงแนวทางการพัฒนาสนับสนุนมวยไทย ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทย ในการสร้างมูลค่าเพิ่มในระดับท้องถิ่น ประเทศ และขยายสู่ระดับสากล โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกฯ เข้าร่วมด้วย

 

โดย นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงว่า พล.อ.ธันวาคม รายงานนายกฯเกี่ยวกับแนวทางและข้อเสนอแนะถึงแผนในการขับเคลื่อนมวยไทย เพื่อให้มีการสร้างมูลค่า สร้างงาน และสร้างรายได้ ให้กับคนไทยในประเทศ และเพื่อพัฒนาศิลปะมวยไทย ซึ่งเป็นศิลปะการต่อสู้ประจำชาติไทยไปสู่ระดับสากล โดยสร้างแพลตฟอร์มที่ครอบคลุมกิจกรรมที่เกี่ยวกับมวยไทยไว้ทั้งหมด เช่น เรื่องของการเรียนการสอนมวยไทย การฝึกและแข่งขันมวยไทย ตำรามวยไทย และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับมวยไทย

 

นอกจากนี้ ตลอดจนการใช้ศิลปะมวยไทยในการสร้างสุขภาพที่ดีในการออกกำลังกายให้กับผู้สูงอายุด้วย โดยเป็นการประสานความร่วมมือของทุกหน่วยงานและกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการ เป็นต้น

 

ขณะเดียวกัน พร้อมเสนอให้มีการเรียนการสอนมวยไทยในเด็กทุกโรงเรียน รวมทั้งยังได้เสนอแนวทางให้มีการจัดเทศกาลมวยไทย เพื่อแสดงศักยภาพศิลปะการต่อสู้เพื่อสร้างมูลค่าของวัฒนธรรมไทยให้มีค่ามากยิ่งขึ้น ที่สำคัญคือจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับประเทศอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม โอกาสนี้ นายกฯ กล่าวขอบคุณถึงข้อเสนอแนะ และแผนงานแนวทางในการพัฒนาขับเคลื่อนมวยไทยเพื่อเพิ่มมูลค่าทางวัฒนธรรมไทย เพราะมวยไทยถือว่าเป็นอีกหนึ่ง Soft Power ที่สำคัญของประเทศไทย เพราะในการต่อสู้ในเวทีระดับโลกมักจะมีการนำท่าทางของมวยไทยไปดัดแปลงผสมผสานอยู่เสมอ

 

นอกจากนี้ นายกฯ มอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินการตามข้อเสนอแนะดังกล่าว รวมทั้งแนะนำให้พิจารณาประสานความร่วมมือกับภาคเอกชน ถึงความเป็นไปได้ในการจัดเทศกาลมวยไทยในประเทศไทย เพราะจะเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมไทยในด้านอื่นด้วย อาทิ อาหารไทย เครื่องแต่งกาย เสื้อผ้า โดยขอให้คำนึงถึงกติกาและความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด