ผู้ลี้ภัยเชื้อสายกะเหรี่ยง ต้องลี้ภัยกลับมาที่ฝั่งไทยอีกครั้ง หนีตายนอนตามริมฝั่งแม่น้ำ หลังทหารเมียนมายังสู้รบกับกะเหรี่ยงเคเอ็นยูอย่างต่อเนื่อง

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

สถานการณ์การสู้รบระหว่าง ชาวเมียนมา - กะเหรี่ยงเคเอ็นยู ยังคงมีการปะทะกันอยู่อย่างต่อเนื่อง ตรงข้ามชายแดนไทย - เมียนมา อ.แม่สอด จ.ตาก ว่า วันนี้ (5 ม.ค. 2565) ยังมีเสียงปืนใหญ่ดังขึ้นหลายนัดในฝั่งเมียนมา บริเวณบ้านโซซิเมียน ตรงข้ามบ้านแม่กุใหม่ท่าซุง ต.แม่กุ และบ้านมินลาปั่น บ้านผาลู รัฐกะเหรี่ยง จังหวัดเมียวดี ตรงข้ามบ้านห้วยมหาวงศ์ ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก

ชายแดนไทย-เมียนมา ระอุอย่างต่อเนื่อง ผู้ลี้ภัยหันหัวกลับมาลี้ภัยอีกครั้ง

โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา มองเห็นแสงเพลิงจากกระสุนปืนใหญ่ที่ทั้งสองฝ่ายสู้บกันด้วยอาวุธหนักการสู้รบดังกล่าวส่งผลทำให้ผู้ลี้ภัยที่กลับไปจากฝั่งไทย ต้องหนีกลับออกมาอีกครั้ง และอาศัยอยู่ตามแนวตะเข็บชายแดนไทย - เมียนมา บริเวณตรงข้ามบ้านห้วยมหาวงศ์ ต.แม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก

ทั้งนี้มีรายงานด้วยว่า เมื่อวันที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา ทหารเมียนมาได้ทำการยิงอาวุธปืน ค.120 ใส่หมู่บ้านผาลูน้อย ทำให้นางซาน ซาน เอ อายุ 42 ปี ผู้ลี้ภัยชาวกะเหรี่ยงจากการสู้รบ ที่ถูกส่งกลับไปฝั่งเมียนมา เสียชีวิต 1 คน ล่าสุดทางญาติได้นำศพไปฝั่งตามประเพณีแล้ว

ชายแดนไทย-เมียนมา ระอุอย่างต่อเนื่อง ผู้ลี้ภัยหันหัวกลับมาลี้ภัยอีกครั้ง

ศูนย์สั่งการชายแดนไทย-เมียนมา จังหวัดตาก แจ้งผ่านทางเอกสารข่าวถึงสถานการณ์การสู้รบ ในวันที่ 4 มกราคม 2565 เมื่อเวลา 18.00 น. ว่าได้เกิดการปะทะกันระหว่างทหารเมียนมา กับกองกำลังชนกลุ่มน้อยเชื้อสายกะเหรี่ยง  บริเวณบ้านเยตะปู ทางทิศใต้ของบ้านเลเกก่อ จังหวัดเมียวดี ห่างจากแนวชายแดนลึกเข้าไปในประเทศเมียนมา ประมาณ 6 กิโลเมตรอย่างไรก็ตาม การปะทะกันครั้งนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน ของประชาชนคนไทยบริเวณแนวชายแดนไทย ขณะที่ผู้ลี้ภัยยังคงเหลืออยู่ในเขตไทย จำนวน 2,509 คน ที่บ้านมหาวัน จุดเมยโค้ง ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก

ชายแดนไทย-เมียนมา ระอุอย่างต่อเนื่อง ผู้ลี้ภัยหันหัวกลับมาลี้ภัยอีกครั้ง