เนชั่นทีวี

ข่าว

หมอธีระ แนะ 5 ข้อ สู้ "โอมิครอน" ที่พยายามหลบหลีกภูมิคุ้มกัน

31 ธ.ค. 2564 | ratchata

หมอธีระ แนะ 5 ข้อ สู้ "โอมิครอน" ที่พยายามหลบหลีกภูมิคุ้มกัน

หมอธีระ เปิดข้อมูลโอมิครอน แพร่ได้เร็วกว่าสายพันธุ์เดลตา 4.1 เท่า พยายามหลบหลีกภูมิคุ้มกัน แนะ 5 แนวทางสำคัญในการสู้ ย้ำการ์ดต้องสูง นโยบาย WFH ต้องระวังเอาเชื้อระบาดคนในครอบครัวที่ไม่ได้ไปไหน

31 ธันวาคม 2564 รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ หรือ หมอธีระ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ในเพจเฟซบุ๊ก “Thira Woratanarat” ระบุถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน คนติดเชื้อแบบไม่มีอาการมากกว่าเดลตาหลายเท่า แม้ติดเชื้อแล้วอาการน้อยลง ก็ยังคงประมาทและการ์ดตกไม่ได้  มีเนื้อหาดังนี้..

 

 31 ธันวาคม 2564 ทะลุ 286 ล้านไปแล้ว 

เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่มสูงถึง 1,791,610 คน ตายเพิ่ม 6,278 คน รวมแล้วติดไปรวม 286,728,423 คน เสียชีวิตรวม 5,445,126 คน 5 อันดับแรกที่ติดเชื้อสูงสุด ยังเป็นเช่นเดิมคือ อเมริกา ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร สเปน และอิตาลี 

 

จำนวนติดเชื้อโควิด-19ใหม่ในแต่ละวันของทั่วโลกตอนนี้ มาจากทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ ซึ่งรวมกันคิดเป็นร้อยละ 91.19 ของทั้งโลก ในขณะที่จำนวนการเสียชีวิตคิดเป็นร้อยละ 92.52

 

หมอธีระ แนะ 5 ข้อ สู้ "โอมิครอน" ที่พยายามหลบหลีกภูมิคุ้มกัน

 

ล่าสุดจำนวนติดเชื้อใหม่จากทวีปยุโรปนั้น คิดเป็นร้อยละ 54.08 ของทั้งโลก ส่วนจำนวนเสียชีวิตเพิ่มคิดเป็นร้อยละ 58.55 เมื่อวานนี้จำนวนติดเชื้อใหม่มีประเทศจากยุโรปครอง 7 ใน 10 อันดับแรก และ 12 ใน 20 อันดับแรกของโลก
 

 

 สำหรับสถานการณ์ไทย 

ระบบรายงานจำนวน ATK ของ DDC ปิดปรับปรุง จึงไม่มีรายงานให้สาธารณะได้ทราบว่าจำนวนมีมากน้อยเพียงใด ลำพังตัวเลขรายงานติดเชื้อในแต่ละวัน เมื่อวาน 3,037 คน ไม่สามารถสะท้อนสถานการณ์ได้อย่างละเอียดพอ

 

ส่วนจำนวนเคส Omicron ที่แถลงผ่านสื่อเมื่อวานนี้ (30 ธ.ค.) 934 คน อัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนเคสสะสม เฉลี่ยวันละ 28% นับตั้งแต่ 18 ธันวาคมเป็นต้นมา

 

หมอธีระ แนะ 5 ข้อ สู้ "โอมิครอน" ที่พยายามหลบหลีกภูมิคุ้มกัน

 

 อัพเดต Omicron 

"ในแง่จำนวนคนที่ติดเชื้อ" Omicron ทำให้จำนวนติดเชื้อใหม่ในแต่ละวันสูงมากกว่าสถิติสูงสุดของทุกระลอกที่ผ่านมาถึง 2 เท่า

 

"เรื่องของการแพร่เชื้อติดเชื้อ" ล่าสุด งานวิจัยจากทีมนิวซีแลนด์ เผยแพร่ในวารสารโรคติดเชื้อระดับสากล Emerging Infectious Diseases ชี้ให้เห็นว่าโรคโควิด-19 นั้นสามารถแพร่เชื้อติดเชื้อกันได้ผ่านทางอากาศ (airborne transmission) โดยทำการสอบสวนโรคพบว่ามีการติดเชื้อกันในสถานที่กักตัว ซึ่งห้องพักของผู้ติดเชื้อที่เป็นแหล่งแพร่นั้นอยู่ตรงข้ามกับกลุ่มผู้ที่ติดเชื้ออีก 3 คน 

 

ถึงแม้งานวิจัยนี้จะเป็นสายพันธุ์เดลตา แต่ก็ตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญในการป้องกันสายพันธุ์อื่น รวมถึง Omicron ซึ่งสามารถแพร่ได้เร็วกว่าสายพันธุ์เดิม 4.1 เท่า 
 

ทั้งนี้ ปรากฏการณ์ในนิวซีแลนด์ ก็สอดคล้องกับคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกที่ระบุถึงการแพร่เชื้อทางอากาศ และเป็นช่องทางการแพร่เชื้อลักษณะคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ระบาดเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ในหลายประเทศในระลอก Omicron ดังที่เราได้ทราบกัน เช่น นอร์เวย์ สเปน ฯลฯ

 

"การใส่หน้ากากเสมอ อยู่ห่างจากคนอื่น ล้างมือ เลี่ยงการปาร์ตี้สังสรรค์ เลี่ยงที่แออัดหรือระบายอากาศไม่ดี" เหล่านี้คือ Non-pharmaceutical interventions (NPI) หรือมาตรการเกี่ยวกับการปฏิบัติป้องกันตัวที่จำเป็นอย่างยิ่งในยุคโรคระบาดเช่นนี้

 

หมอธีระ แนะ 5 ข้อ สู้ "โอมิครอน" ที่พยายามหลบหลีกภูมิคุ้มกัน

เหลียวมองเรื่องความรู้เกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน วัคซีน และความสามารถของไวรัสที่พยายามหลบหลีกภูมิคุ้มกันแล้ว ศึกโรคระบาดนั้นยาวนาน และยากมากที่ทุกประเทศจะไล่ตามทัน เนื่องจากข้อจำกัดด้านทรัพยากร รวมถึงสัจธรรมที่เราเห็นได้ว่าระบบ กลไก และนโยบายต่างๆ ไม่สามารถปรับตัวยืดหยุ่นหรือเปลี่ยนแปลงต่อสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

 

คำแนะนำในวันสิ้นปี 2021 ยังเป็นเช่นเดิม ดังนี้

  1. การป้องกันตัวอย่างเคร่งครัดเป็นกิจวัตร
  2. mRNA vaccines ควรได้รับการใช้เป็นวัคซีนหลัก รวมถึงเข็มกระตุ้น 
  3. ระบบการตรวจคัดกรองโรคและการกักตัวนั้นเป็นปราการด่านสำคัญของประเทศ
  4. ระบบตรวจคัดกรองโรค RT-PCR จำเป็นต้องได้รับการลงทุนขยายศักยภาพให้สามารถทำได้มาก ครอบคลุมทุกพื้นที่ และทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้ง่าย ไม่ติดกฎเกณฑ์หยุมหยิม และเป็นบริการสาธารณสุขที่ฟรีสำหรับทุกคน
  5. ยามระบาดยังหนักหนาดังเช่นปัจจุบัน หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ แอลกอฮอล์ล้างมือ และชุดตรวจ ATK จำเป็นต้องได้รับการแจกจ่ายให้ประชาชนอย่างทั่วถึง และเพียงพอ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพราะถือเป็นอาวุธสำคัญในการป้องกันตัวและป้องกันประเทศ

 

หมอธีระ แนะ 5 ข้อ สู้ "โอมิครอน" ที่พยายามหลบหลีกภูมิคุ้มกัน

 

สิ่งที่ต้องไม่ลืม ย้ำเตือนประชาชนว่า การใช้ ATK ตรวจในยามระบาดเช่นนี้ หากผลบวก โอกาสติดเชื้อจริงมีสูง แต่หากเป็นผลลบ จะมีโอกาสเป็นผลลบปลอมได้ ไม่ได้การันตีว่าจะไม่ติดเชื้อ ทั้งนี้หากมีความเสี่ยงหรือมีอาการชัดเจน ควรตรวจด้วยวิธี RT-PCR ซ้ำ หรือใช้ ATK ตรวจบ่อยๆ

 

“ สิ่งที่ต้องระวังเกี่ยวกับนโยบาย work from home หลังปีใหม่ หากกลุ่มเป้าหมายที่ให้อยู่บ้านนั้นเพิ่งกลับจากการตะลอนท่องเที่ยวเดินทาง และไปสัมผัสกับความเสี่ยงมา การแพร่เชื้อติดเชื้อในครัวเรือนจะมีโอกาสสูงขึ้นได้ถ้าไม่ระวัง ดังนั้นช่วงสิ้นปีและปีใหม่หากไม่ได้ไปกันทุกคนในบ้าน การทำงานอยู่บ้านคงต้องระมัดระวัง ป้องกันสมาชิกในครอบครัวด้วย โดยเฉพาะกลุ่มที่เปราะบาง เช่น คนสูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรัง รวมถึงเด็กเล็ก ” หมอธีระ ระบุ


 

ข่าวล่าสุด