ต่อเนื่องกันมาครบเจ็ดวันพอดีที่ยอดผู้ป่วยรายใหม่ในเมืองหลวงยังต่ำกว่า 500 คน แต่กรุงเทพ ชลบุรี นครศรีธรรมราช สมุทรปราการ เชียงใหม่ ยังอยู่ในท็อปไฟว์ โดยมีอุดรธานีและกาฬสินธุ์ตามมาติดๆ จะเห็นได้ว่ายกเว้นนครศรีธรรมราชแห่งเดียว ที่เหลืออีกหกจังหวัดมีความสุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโอมิครอนสูง เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวและรับผลโดยตรงจากคลัสเตอร์ใหญ่โอมิครอน หน่วยงานที่รับผิดชอบในการควบคุมโรคและประชาชนในพื้นที่ คงจะต้องทำงานหนักและร่วมมือกันชะลอการระบาดให้ได้
บทเรียนจาก คลัสเตอร์ใหญ่ที่กาฬสินธุ์ ทำไมนักดนตรีติดกันหลายคน ทั้งที่มีข้อกำหนดไม่ให้นักดนตรีสัมผัสตัวกับผู้ชม ทำไมจึงมีผู้ติดเชื้อจากสถานที่นั้นเป็นหลักร้อยในช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมงที่อยู่ในสถานที่นั้น นั่นหมายถึงว่าน่าจะมีคนเข้าไปใช้บริการเกินกำหนด รวมถึงเจ้าของสถานบริการและคนที่เข้าไปใช้บริการละเลยการควบคุมและการป้องกันตัวเอง
ที่สำคัญและน่ากลัวมากคือ โอมิครอน อาจจะแพร่กระจายได้ง่ายในลักษณะที่เรียกว่า ละอองลอยระยะใกล้ (short-range aerosol) ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่า 50 ไมโครเมตร (ประมาณเท่าเส้นผม) แต่สามารถสูดหายใจเข้าไปทางจมูกและปากได้ โดยต่างจากละอองลอยฟุ้งกระจายปกติที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่า 5 ไมโครเมตร
ทั้งนี้ เป็นที่สนใจกันมากและมีการทำการศึกษาแพร่หลายในระยะหลังนี้ โดยอาจเกิดจากโอมิครอนมีความชอบและตกค้างในระบบการหายใจส่วนบนได้นานตามหลักฐานในห้องทดลอง เชื้อจึงออกมาได้มากทุกครั้งที่เราพูดตามปกติ ส่งเสียงดัง ตะโกน ร้องเพลง ไอ และจาม รวมถึงประสิทธิภาพการป้องกันของหน้ากากที่ใช้และระบบการระบายอากาศในสถานที่แห่งนั้น
“ในเมื่อไม่สามารถมั่นใจได้ว่าโอไมครอนจะลุกลามจนผู้ป่วยหนักล้นโรงพยาบาลหรือเปล่า ต้องขอตัวไปเตรียมความพร้อมของเครื่องมือแพทย์ในโรงพยาบาลตัวเองและโรงพยาบาลอื่นที่พอจะช่วยสนับสนุนได้ โดยเฉพาะเครื่องไฮโฟลว์และเครื่องช่วยหายใจ รวมถึงอุปกรณ์สนับสนุนทั้งข้อต่อกับไปป์ไลน์ แผ่นกรองไวรัส และเครื่องมือใช้ติดตามผลการรักษาผู้ป่วย ”