เน้นย้ำว่าต้องมีการติดตั้ง แอปพลิเคชันหมอชนะ ทุกคน ที่สำคัญต้องมีการกลับมาตรวจ RT-PCR ซ้ำในวันที่ 5-6 ก่อนที่จะครบ 7 วัน ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลรัฐหรือเอกชนที่กำหนดเท่านั้น ค่าใช้จ่ายในการตรวจครั้งที่สองรัฐจะเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งมาตรการดังกล่าวศบค. จะมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและจะมีการปรับมาตรการหรือไม่อย่างไร โดยจะมีการประเมินสถานการณ์และพิจารณาอีกครั้ง ในวันที่ 4 มกราคม 2565
จากที่มีรายงานช่วงก่อนหน้านี้ว่า มีนักท่องเที่ยวหลุดจากระบบการติดตามออกไป จากนี้ขอให้ทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นโรงแรมที่รับนักท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการต่างประเทศ การบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ได้มีความเข้มงวดเป็นพิเศษ เพราะขนาดนี้เราอยู่ระหว่างการพยายามสกัดกั้นไม่ให้สายพันธุ์โอมิครอน ระบาดเป็นวงกว้าง หรือหากมีการระบาดก็ขอให้น้อยที่สุด หากพบผู้ติดเชื้อจะสามารถควบคุมและจำกัดวงของการระบาดได้อย่างรวดเร็ว
จากการประชุมศบค.ชุดเล็กวันนี้ ( 22ธ.ค.) โดยกรมการกงสุลกระทรวงการต่างประเทศ ได้รายงานตัวเลขของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมายังสนามบินสุวรรณภูมิในวันนี้ประมาณ 10,787 ราย ท่าอากาศยานภูเก็ตประมาณ 2,546 ราย ทั้งนี้ ผอ.ศบค.ชุดเล็ก ได้ให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อตรวจสอบจำนวนผู้ที่เดินทางจากท่าอากาศยานทุกช่องทาง ให้มีการติดตามการเดินทางจนกระทั่งเข้าที่พักและมีการติดตามการตรวจครั้งที่ 2 ให้ครบทุกรายในช่วง 7 วันที่เข้ามาในประเทศไทย มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข ECO ทุกท่าอากาศยาน การบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง กระทรวงมหาดไทย ผู้ประกอบการโรงแรมที่พัก โรงแรมคู่ปฎิบัติการ ซึ่งที่ประชุมได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานชี้แจงกับนักท่องเที่ยวให้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่ได้วางเอาไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งก่อนและหลังเข้าประเทศ
ส่วนที่ประชุมศบค. ชุดใหญ่ นอกจากมาตรการผู้เข้ามาในประเทศ สำหรับคนไทยจะมีการปรับมาตรการในช่วงนี้ คือ เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานรัฐห้ามลาไปต่างประเทศ ยกเว้นมีเหตุจำเป็น คนไทยที่จะเดินทางไปต่างประเทศให้พิจารณาชะลอหรือ ยกเลิกการเดินทางที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะเดินทางไปในประเทศยุโรปอเมริกา แอฟริกา ตะวันออกกลาง เน้นย้ำให้มีการตรวจATK ก่อนเดินทาง โดยเฉพาะการเดินทางที่ใช้เวลานานและมีคนแออัด ให้มีการใช้ ATK ด้วยตัวเองเป็นระยะๆ หรือเมื่อมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโดยเฉพาะเมื่อไปในที่ชุมชนแออัด หรือต้องสัมผัสใกล้ชิดกับผู้สูงอายุ ผู้มีโรคเรื้อรัง ให้มีการฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึงเพื่อเป็นการป้องกันประเทศ ทั้งเข็มแรก เข็มที่สอง และเข็มกระตุ้น และเพิ่มจุดฉีดวัคซีนในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก รวมถึงจุดที่มีผู้เดินทางมาก เช่น สถานีขนส่ง ท่าเรือหรือท่าอากาศยาน
เน้นย้ำมาตรการกิจกรรมช่วงเทศกาลปีใหม่ทั้งมาตรการ กลับภูมิลำเนาเดิมและมาตรการในการกลับเข้าสถานประกอบการ ที่ทำงาน (ตรวจ ATK ทั้งไปและกลับ โควิดฟรีเซ็ตติ้ง สถานที่จัดงาน/งานเลี้ยงสังสรรค์) นอกจากนี้ในที่ประชุมยังได้มีการพูดคุยว่า หลังจากเทศกาลปีใหม่ขอความร่วมมือให้หน่วยงานภาครัฐ เจ้าหน้าที่ ให้เวิร์คฟอร์มโฮม ให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะช่วงแรกหลังจากหยุดเทศกาลปีใหม่ก่อนเพื่อจำกัดการแพร่ระบาด
สำหรับผลการดำเนินงานในการรับผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักร ณ ท่าอากาศยาน เฉพาะในเดือนธันวาคมมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาสะสม 182,578 ราย ในวันที่ 21 ธันวาคม เดินทางเข้ามา 10,759 ราย ติดเชื้อ 39 ราย Test and Go 9,479 ราย ติดเชื้อ 34 ราย Sandbox 1,140 ราย ติดเชื้อ 2 ราย แบบกักตัว 140 ราย ติดเชื้อ 3 ราย หากจำแนกการติดเชื้อแต่ละประเภทจะพบว่า Test and Go มีคนเข้ามามากที่สุดจึงมีจำนวนผู้ติดเชื้อแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทั้งนี้อัตราการติดเชื้อสูงสุด จากประเทศต้นทาง 3 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา 0.58% อังกฤษ 0.49% รัสเซีย 0.38%