“ศบค. “ เผยไทยติดโอมิครอน 104 ราย ทั่วโลกยังระบาดสูง เปิดเงื่อนไขการเข้าประเทศนทท. ยันให้เข้าได้ในระบบการกักตัวเท่านั้น สั่ง ตั้งศูนย์ปฏิบัติการท่องเที่ยวฯ ติดตามนทท. ช่วง 7 วันหลังเข้าไทย ห้าม จนท. รัฐห้ามลาช่วงปีใหม่ ขอปชช. ชะลอเดินทางไปต่างประเทศ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

22 ธันวาคม 2564 แพทย์หญิงสุมนี วัชรสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในต่างประเทศ ประจำวันที่ 22 ธันวาคม ว่า สถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก รายใหม่วันนี้ 745,6039 ราย เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 7,114 รายคิดเป็น 1.95% อันดับหนึ่งยังเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา ติดเชื้อ 181,264 ราย เสียชีวิต 1,811 ราย

ศบค. เผย ไทยติดโอมิครอน 104 ราย สั่ง ราชการห้ามลาปีใหม่ ขอปชช.งดไปต่างประเทศ

สำหรับการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอนทั่วโลก ขณะนี้แพร่กระจายไปแล้ว 95 ประเทศ มีการระบาดในสหรัฐอเมริกาทั้งหมด 47 รัฐ โดยคิดเป็นผู้ติดเชื้อโอมิครอน 73% ของผู้ติดเชื้อทั้งหมดในสหรัฐอเมริกา ซึ่งศูนย์ควบคุมโรคในสหรัฐอเมริกา ได้ชี้แจงว่า โอมิครอน เป็นสายพันธุ์หลักของผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นสัดส่วนถึง 73% ของผู้ติดเชื้อที่พบในสหรัฐอเมริกา โดยเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้วจาก 12.6% ขึ้นไปเป็น 73.2% ทำให้ทุกหน่วยงานเป็นกังวลเทศกาลวันหยุดช่วงปีใหม่ที่จะมาถึง

 

นอกจากนี้ประเทศอิสราเอล ได้มีการห้ามประชาชนเดินทางไป 10 ประเทศ ได้แก่ เบลเยียม เยอรมนี ฮังการี อิตาลี โมร็อกโค โปรตุเกส สวิตเซอร์แลนด์ ตุรกี สหรัฐอเมริกา แคนาดา  เพื่อเป็นการสกัดกั้นสายพันธุ์โอมิครอนไม่ให้เข้าประเทศเพิ่มขึ้น โดยประเทศอิสราเอล พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา จึงมีมาตรการในการปิดพรมแดนและจำกัดการเดินทางตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน โดยงดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่วนชาวอิสราเอลที่จะเดินทางกลับเข้าประเทศจะต้องมีการกักตัวทุกราย แม้ว่าจะได้รับวัคซีนครบแล้ว

ในขณะที่ประเทศออสเตรเลียที่มีการแพร่ระบาดของโอมิครอนอย่างรวดเร็ว รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลีย ได้ออกมาเรียกร้องให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาและมีการเว้นระยะห่างทางสังคม พร้อมทั้งยืนยันว่าการแพร่ระบาดเป็นความรับผิดชอบส่วนบุคคลของประชาชนทุกคน ควรปฏิบัติกับชาวออสเตรเลียอย่างผู้มีวุฒิภาวะ

 

สำหรับสถานการณ์โอมิครอนในประเทศไทย วันนี้ (22 ธ.ค.) มีการรายงานจาก อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในที่ประชุม EOC ว่า โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อโอมิครอนในประเทศไทยอยู่ที่ 104 ราย ในจำนวนนี้มีทั้งอยู่ในระบบการรักษาบางส่วนได้รับการรักษาจนหายดีและออกจากโรงพยาบาลแล้ว

 

แพทย์หญิงสุมนี กล่าวถึงมติการประชุมศบค.ชุดใหญ่เมื่อวานนี้ (21 ธ.ค.) ว่า การรับนักท่องเที่ยวเข้าราชอาณาจักรในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโอมิครอน ซึ่งมีมติดังนี้

ศบค. เผย ไทยติดโอมิครอน 104 ราย สั่ง ราชการห้ามลาปีใหม่ ขอปชช.งดไปต่างประเทศ

1. กลุ่มที่จะเข้า มาตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม งดลงทะเบียนผ่านระบบ Thailand Pass ในการเข้าประเทศแบบ Test and Go และ Sandbox โดยยังอนุญาตให้เข้าได้ในแบบที่ต้องมีการกักตัวและภูเก็ต Sandbox เท่านั้น

 

2. กลุ่มที่ลงทะเบียนเข้ามาในประเทศก่อนหน้านี้ โดยกระทรวงต่างประเทศรายงานว่ามีประมาณ 200,000 ราย ยังสามารถเข้ามาได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดแต่เดิม แต่ที่ประชุมมีมติว่าคนกลุ่มนี้เมื่อเข้ามาแล้วจะต้องมีการปรับเพิ่มมาตรการเพื่อความปลอดภัย คือ เมื่อมาถึงประเทศไทยและได้มีการตรวจ RT-PCR เป็นลบ สามารถเดินทางต่อได้ โดยอยู่ภายใต้เงื่อนไขต้องสามารถติดตามตัวได้ตลอดเวลา เพื่อติดตามอาการ และต้องแจ้งได้ว่าตอนนี้เจ้าตัวอยู่ที่ไหน

ศบค. เผย ไทยติดโอมิครอน 104 ราย สั่ง ราชการห้ามลาปีใหม่ ขอปชช.งดไปต่างประเทศ

เน้นย้ำว่าต้องมีการติดตั้ง แอปพลิเคชันหมอชนะ ทุกคน ที่สำคัญต้องมีการกลับมาตรวจ RT-PCR ซ้ำในวันที่ 5-6 ก่อนที่จะครบ 7 วัน ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลรัฐหรือเอกชนที่กำหนดเท่านั้น ค่าใช้จ่ายในการตรวจครั้งที่สองรัฐจะเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งมาตรการดังกล่าวศบค. จะมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและจะมีการปรับมาตรการหรือไม่อย่างไร โดยจะมีการประเมินสถานการณ์และพิจารณาอีกครั้ง ในวันที่ 4 มกราคม 2565

 

จากที่มีรายงานช่วงก่อนหน้านี้ว่า มีนักท่องเที่ยวหลุดจากระบบการติดตามออกไป จากนี้ขอให้ทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นโรงแรมที่รับนักท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการต่างประเทศ การบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ได้มีความเข้มงวดเป็นพิเศษ เพราะขนาดนี้เราอยู่ระหว่างการพยายามสกัดกั้นไม่ให้สายพันธุ์โอมิครอน ระบาดเป็นวงกว้าง หรือหากมีการระบาดก็ขอให้น้อยที่สุด หากพบผู้ติดเชื้อจะสามารถควบคุมและจำกัดวงของการระบาดได้อย่างรวดเร็ว

 

จากการประชุมศบค.ชุดเล็กวันนี้ ( 22ธ.ค.) โดยกรมการกงสุลกระทรวงการต่างประเทศ ได้รายงานตัวเลขของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมายังสนามบินสุวรรณภูมิในวันนี้ประมาณ 10,787 ราย ท่าอากาศยานภูเก็ตประมาณ  2,546 ราย ทั้งนี้ ผอ.ศบค.ชุดเล็ก ได้ให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อตรวจสอบจำนวนผู้ที่เดินทางจากท่าอากาศยานทุกช่องทาง ให้มีการติดตามการเดินทางจนกระทั่งเข้าที่พักและมีการติดตามการตรวจครั้งที่ 2 ให้ครบทุกรายในช่วง 7 วันที่เข้ามาในประเทศไทย มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข ECO ทุกท่าอากาศยาน การบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง กระทรวงมหาดไทย ผู้ประกอบการโรงแรมที่พัก โรงแรมคู่ปฎิบัติการ ซึ่งที่ประชุมได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานชี้แจงกับนักท่องเที่ยวให้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่ได้วางเอาไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งก่อนและหลังเข้าประเทศ

 

ส่วนที่ประชุมศบค. ชุดใหญ่ นอกจากมาตรการผู้เข้ามาในประเทศ สำหรับคนไทยจะมีการปรับมาตรการในช่วงนี้  คือ เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานรัฐห้ามลาไปต่างประเทศ ยกเว้นมีเหตุจำเป็น คนไทยที่จะเดินทางไปต่างประเทศให้พิจารณาชะลอหรือ ยกเลิกการเดินทางที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะเดินทางไปในประเทศยุโรปอเมริกา แอฟริกา ตะวันออกกลาง เน้นย้ำให้มีการตรวจATK ก่อนเดินทาง โดยเฉพาะการเดินทางที่ใช้เวลานานและมีคนแออัด ให้มีการใช้ ATK ด้วยตัวเองเป็นระยะๆ หรือเมื่อมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโดยเฉพาะเมื่อไปในที่ชุมชนแออัด หรือต้องสัมผัสใกล้ชิดกับผู้สูงอายุ ผู้มีโรคเรื้อรัง ให้มีการฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึงเพื่อเป็นการป้องกันประเทศ ทั้งเข็มแรก เข็มที่สอง และเข็มกระตุ้น และเพิ่มจุดฉีดวัคซีนในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก รวมถึงจุดที่มีผู้เดินทางมาก เช่น สถานีขนส่ง ท่าเรือหรือท่าอากาศยาน

 

เน้นย้ำมาตรการกิจกรรมช่วงเทศกาลปีใหม่ทั้งมาตรการ กลับภูมิลำเนาเดิมและมาตรการในการกลับเข้าสถานประกอบการ ที่ทำงาน (ตรวจ ATK ทั้งไปและกลับ โควิดฟรีเซ็ตติ้ง สถานที่จัดงาน/งานเลี้ยงสังสรรค์) นอกจากนี้ในที่ประชุมยังได้มีการพูดคุยว่า หลังจากเทศกาลปีใหม่ขอความร่วมมือให้หน่วยงานภาครัฐ เจ้าหน้าที่ ให้เวิร์คฟอร์มโฮม ให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะช่วงแรกหลังจากหยุดเทศกาลปีใหม่ก่อนเพื่อจำกัดการแพร่ระบาด

ศบค. เผย ไทยติดโอมิครอน 104 ราย สั่ง ราชการห้ามลาปีใหม่ ขอปชช.งดไปต่างประเทศ

สำหรับผลการดำเนินงานในการรับผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักร ณ ท่าอากาศยาน เฉพาะในเดือนธันวาคมมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาสะสม 182,578 ราย ในวันที่ 21 ธันวาคม เดินทางเข้ามา 10,759 ราย ติดเชื้อ 39 ราย  Test and Go 9,479 ราย ติดเชื้อ 34 ราย Sandbox 1,140 ราย ติดเชื้อ 2 ราย แบบกักตัว 140 ราย ติดเชื้อ 3 ราย หากจำแนกการติดเชื้อแต่ละประเภทจะพบว่า Test and Go มีคนเข้ามามากที่สุดจึงมีจำนวนผู้ติดเชื้อแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทั้งนี้อัตราการติดเชื้อสูงสุด จากประเทศต้นทาง 3 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา 0.58% อังกฤษ 0.49% รัสเซีย 0.38%