2) หมั่นตรวจตราพื้นที่ชุมชน สถานประกอบการ อาคารหรือสถานที่ ตลอดจนวัสดุสิ่งของภายในและโดยรอบ รวมทั้งเส้นทางคมนาคมสัญจร โดยเฉพาะบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวทางน้ำ พื้นที่ริมตลิ่ง ความมั่นคงแข็งแรงของโป๊ะ ท่าเทียบเรือ และเรือโดยสาร หากพบมีความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ ให้เร่งตรวจสอบ ซ่อมแซม ให้มั่นคงแข็งแรงตามอำนาจหน้าที่
3) สร้างการรับรู้กระตุ้นให้ประชาชนเข้าใจถึงภัยอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการเล่นพลุ ประทัด ดอกไม้เพลิง การปล่อยโคมลอย รวมถึงบทลงโทษต่อผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย หรือผู้ที่กระทำการประมาทเลินเล่อ ส่งผลต่อการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งรณรงค์ให้ประชาชนได้ตระหนักและหมั่นตรวจสอบเครื่องใช้ไฟฟ้า สายไฟต่าง ๆ ภายในบ้าน หากพบที่มีสภาพเก่า หรือชำรุด ให้รีบเปลี่ยน/แก้ไข เพื่อป้องกันเหตุอัคคีภัยจากการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรที่มักเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งในช่วงสภาพอากาศแห้ง พร้อมทั้งบ และควรเปลี่ยนอุปกรณ์
สำหรับในด้านการเผชิญเหตุ ให้บูรณาการร่วมโดยจัดชุดเจ้าหน้าที่ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ร่วมกับหน่วยราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนเชิญชวนประชาชนจิตอาสา ร่วมเฝ้าระวังสถานที่ที่เสี่ยงเกิดอัคคีภัย อุบัติภัย และความปลอดภัยอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณพื้นที่จัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่ประชาชนนิยมเดินทางมาร่วมกันเป็นจำนวนมาก โดยให้เตรียมความพร้อมหน่วยเคลื่อนที่เร็ว พร้อมอุปกรณ์ดับเพลิง และกู้ภัยในพื้นที่ที่จัดกิจกรรมในช่วงปีใหม่ หรือพื้นที่ชุมนุมชน ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย อุบัติภัย เพื่อให้สามารถเข้าปฏิบัติงานได้ทันทีที่เกิดภัยขึ้น พร้อมทั้งอำนวยความสะดวก เฝ้าระวังความปลอดภัยและจัดระเบียบการจราจร รวมถึงการรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนที่มาร่วมกิจกรรม ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
"ทั้งนี้ หากเกิดอัคคีภัย อุบัติภัยหรือสาธารณภัยอื่นที่มีผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก ให้ดำเนินการตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และรายงานมายังกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลางทราบทันที และในขณะนี้ ยังคงอยู่ในช่วงการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด - 19 ดังนั้น ในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคของกระทรวงสาธารณสุข โดยเคร่งครัด"