เนชั่นทีวี

ข่าว

นพ.ธีระวัฒน์ เผย สถานการณ์โควิด 2565 จบหรือเริ่มใหม่?

19 ธ.ค. 2564 | tinakit_rat

นพ.ธีระวัฒน์ เผย สถานการณ์โควิด 2565 จบหรือเริ่มใหม่?

สถานการณ์โควิด 2565 จบหรือเริ่มใหม่? นพ.ธีระวัฒน์ ชี้ จบ! ถ้า โอมิครอน แทนเชื้ออื่นได้หมด ไม่จบ! แทนที่เดลต้าได้ไม่สนิท และยังปรับความรุนแรงขึ้นได้ หวั่นกลายเป็น คู่หูระบาด กลัว เชื้อ 2 ตัว รวมตัวเป็น ไฮบริด ซ้ำเติม

นพ.ธีระวัฒน์ เผย สถานการณ์โควิด 2565 จบหรือเริ่มใหม่?

19 ธันวาคม 2564 ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โพสต์เฟซบุ๊ก Thiravat Hemachudha สถานการณ์โควิด 2565 จบหรือเริ่มใหม่? ว่า

 

จบ…ถ้า

 

โอมิครอน มาแทนกลุ่มอื่นได้หมดจด ทั้งนี้คนที่เคยติดเชื้อมาก่อนสามารถกัน โอมิครอน ได้ เพียง 19% และวัคซีนมาตรฐาน ในต่างประเทศสองเข็มลดการติดเชื้อที่มีอาการได้ 30% และประมาณว่าถ้าได้เข็มสามจะได้ 70% แต่บอกไม่ได้ว่าอยู่นานเท่าใด

 

ทั้งนี้โดยต้องแบกรับ จำนวนผู้ป่วยที่ต้องเข้าโรงพยาบาลและมีอาการหนัก ถึงแม้เปอร์เซนต์จะน้อยกว่าเดลต้า แต่อธิบายจากจำนวนติดเชื้อมหาศาล และจำนวนผู้ป่วยอาการหนักที่เกิดขึ้นจากเดลต้า เดิม ที่พักฟื้นตามวัฏจักรเชื้อโควิด ที่กลายเป็นติดเชื้อโดยไม่มีอาการและต่อมาปรับตัวเป็นรุนแรงใหม่ ดังที่เห็นจากประเทศ ตะวันตกต่างๆ

 

แล้วถ้าเป็นเช่นนั้นจริงที่โอมิครอนแทนที่ได้หมด จะมีภูมิต่อโอมิครอน ทั้งพื้นที่ ทั้งประเทศ

จะไม่จบ….ถ้า

 

นพ.ธีระวัฒน์ เผย สถานการณ์โควิด 2565 จบหรือเริ่มใหม่? โอมิครอน แทนที่เดลต้าได้ไม่สนิท และเดลต้ายังปรับความรุนแรงขึ้นได้ จะเกิด “คู่หูระบาด” (twin endemic)และจะซับซ้อนขึ้นถ้าคู่หูประกอบร่างใหม่เป็น ไฮบริด ทั้งนี้โดยที่โอมิครอนก็นำโคโรนาหวัด 229E เข้ามาควบรวมไปแล้ว และมีเป็น ไฮบริด อาจมีศักยภาพในการสร้างความรุนแรงมากขึ้น หรือแม้แต่โอมิครอนเดี่ยวๆ ปรับตัวมากขึ้น

 

ทั้งนี้จะยุ่งยากมากขึ้น ถ้าภูมิจากการติดเชื้อหรือวัคซีนก่อนหน้าที่ไม่ใช่โอมิครอนหรือเดลต้า เบต้า ตรงๆ กลับนำชิ้นส่วนไวรัสเข้าในเซลล์ที่สร้างการอักเสบและเกิดการอักเสบรุนแรงมากกว่าปกติ และอื่นๆ

 

ทำไม…ไวรัส เก่ง?

ในด้านตัวเชื้อ โคโรนาไวรัส มีวิวัฒนาการมาเนิ่นนาน ด้วยการผันแปรของรหัสพันธุกรรมแต่ละท่อน ซึ่งมีหน้าที่จำเพาะในการเกาะติดที่เซลล์ ในการกดการต่อสู้ของร่างกาย เพื่อเอื้ออำนวยให้ไวรัสสามารถอยู่ได้ในเซลล์และเพิ่มปริมาณได้ ในขณะเดียวกันเข้าไปควบคุมเซลล์เจ้าบ้าน ให้เอื้ออำนวยพลังงานให้กับไวรัส โดยไม่สามารถขจัดไวรัสออกจากเซลล์ได้ (incomplete autophagy)  และในขณะเดียวกัน รบกวนการใช้พลังงานในเซลล์จนกระทั่งเกิดภาวะพลังงานล้มเหลว (bioenergetic failure)

นอกจากนั้นมีการเพิ่มประสิทธิภาพในการเพิ่มจำนวนโดยผ่านทาง เอนไซม์ และที่สำคัญก็คือ มีท่อนรหัสพันธุกรรมที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างการอักเสบ ที่รุนแรงเกินควร ผ่านระบบ innate และโยงใยไปถึงการที่มีเลือดข้น เส้นเลือดตัน เส้นเลือดอักเสบ อวัยวะหลายส่วนเสียหาย

 

ส่วนสำคัญที่ไม่สามารถอธิบายจากรหัสพันธุกรรมของไวรัสเท่านั้น เป็นกลไกเหนือยีน (epigenetics) และเป็นตัวกำหนดตำแหน่งแห่งที่ ที่ไวรัสสามารถอยู่ได้โดยบรรพบุรุษของโคโรนา จะอยู่ในลำไส้ และค่อยๆปรับเปลี่ยนมาอยู่ในระบบทางเดินหายใจ จนกระทั่งถึงถุงลมและพัฒนาเข้าเลือด รวมกระทั่งถึงเม็ดเลือดขาว ทั้งนี้เป็นการปรับเปลี่ยนเพื่อให้สู้กับระบบปกป้องไวรัสของร่างกายของเนื้อเยื่อนั้นๆ คือ ZAP หรือ Zinc finger antiviral protein และ APOBEC3G ที่มีประสิทธิภาพมาก ในปอด เม็ดเลือดขาว

 

จุดที่ยังเป็นปริศนา กำเนิดของโควิดไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามาจากสัตว์ป่า เพราะเชื้อที่ได้จากสัตว์ป่า ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะติดเชื้อในมนุษย์และก่อโรคได้อย่างแพร่หลาย เป็นการเพิ่มเติมดัดแปลงไวรัสที่อยู่ในสัตว์ป่าที่มีมาก่อนหน้านี้หรือไม่ และทำให้การระบาดไม่สามารถหยุดยั้งได้แม้จะผ่านไปสองปีแล้ว

ข่าวล่าสุด