ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวทราบว่า ระหว่างที่ผู้ต้องหาก่อเหตุนั้น ได้กระทำต่อหน้าคนแก่คนหนึ่ง โดยคุณยายจันทร์ (นามสมมุติ) อายุ 70 ปี เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ผู้ต้องหาได้ข่มขู่ว่า อย่าเอะอะเสียงดังและอย่าบอกใคร ไม่อย่างนั้นจะเอามีดฟันคอฆ่าให้ตาย ด้วยความกลัวยายจึงไม่กล้าร้องตะโกน ได้แต่มองดูหลานถูกกระทำจนน้ำตาไหลออกมา คุณยายเล่าต่ออีกว่า เวลาผ่านไปนานพอสมควร จนมีคนเข้ามาบ้านซึ่งเป็นป้าของเด็กหญิง และอีกคนที่ภรรยาของผู้ก่อเหตุกลับเข้ามาบ้าน หลังจากออกไปซื้อของ เมื่อเปิดประตูเข้ามาเห็นคนร้ายจึงได้หยุด
นางเอ (นามสมมุติ) ผู้เป็นป้าเล่าให้ฟังว่า ช่วงก่อนเกิดเหตุ ตนเองและภรรยาของผู้ต้องหา ออกไปซื้อโซ่และของใช้อื่นๆ ข้างนอก พอกลับเข้ามาเห็นผู้ต้องหาคร่อมอยู่บนตัวหลาน ก็เกิดบันดาลโทสะ เอาถุงที่มีโซ่อยู่ด้านในฟาดลงไปกลางหลังอย่างเต็มแรง ทำให้ผู้ต้องหาตกใจ รีบลุกขึ้นและวิ่งออกไป ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเองพอจะระแคะระคายเรื่องนี้มาบ้าง แต่จับไม่ได้คาหนังคาเขา ครั้งนี้มาเจอเข้าจังๆ ซึ่งเป็นห่วงก็แต่หลานที่ต้องมาตกเป็นเหยื่อกับลุงใจหื่นคนนี้ ซึ่งตนเองยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
ด้านเด็กหญิงบี (นามสมมุติ) ได้เล่าถึงพฤติกรรมของลุงเขยรายนี้ให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ชอบจับเนื้อต้องตัวตั้ง แต่ยายเสียไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ขู่ต่างๆ นาๆ พร้อมทั้งทำร้ายร่างกายจนตัวเองทนไม่ไหว ต้องยอมฝืนทนถูกกระทำมาโดยตลอด โดนลุงเขยข่มขืนมาแล้วหลายครั้ง อยากจะบอกแต่ก็โดนขู่ฆ่า ซึ่งตนเองก็กลัวจนไม่กล้าที่จะบอกใคร เด็กสาวเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังทั้งน้ำตา
ข่าว-ภาพ โดย สุรชัย ผลจันทร์