2. การติดเชื้อซ้ำ (Reinfection) สายพันธุ์ Omicron จะมีโอกาสทำให้เกิดการติดเชื้อซ้ำ ในกลุ่มผู้ป่วยที่เคยติดเชื้อโรคโควิด-19 มาก่อน มากกว่า เดลตา 3-8 เท่า
3. การดื้อต่อภูมิคุ้มกันจากวัคซีน จากการทบทวนงานวิจัยทั่วโลกที่เผยแพร่ในช่วงที่ผ่านมา พบว่า Omicron จะหลบหลีก หรือดื้อต่อภูมิคุ้มกัน มากกว่า เดลตา 20-40 เท่า
จากข้อมูลของ UK เอง พบว่ากลุ่มที่ได้รับวัคซีน ChAdOx1 2 เข็ม และ BNT162b2 2 เข็มนั้น แม้จะมีประสิทธิภาพเพียงพอในการป้องกันการติดเชื้อแบบมีอาการ (Symptomatic infection) สำหรับเดลตา
แต่สำหรับ Omicron นั้น พบว่า หลังฉีดวัคซีนไปเกิน 3.5 เดือน กลุ่มที่ได้ ChAdOx1 2 เข็มอาจไม่สามารถป้องกันได้ ส่วนกลุ่มที่ได้ BNT162b2 2 เข็มนั้นพบว่ามีประสิทธิภาพเหลือราว 30% เท่านั้น (ทั้งนี้การแปลผลดังกล่าวในกลุ่ม ChAdOx1 ต้องระมัดระวังเนื่องจากกลุ่มตัวอย่างไม่มาก และค่อนไปทางกลุ่มผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัวที่อาจมากกว่ากลุ่ม BNT162b2)
อย่างไรก็ตาม การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ด้วย mRNA vaccine (BNT162b2) จะช่วยกระตุ้นระดับภูมิคุ้มกันให้สามารถป้องกันการติดเชื้อแบบมีอาการได้ราว 70-75% (แต่ข้อมูลการติดตามผลยังมีจำกัดเฉพาะแค่ช่วงไม่กี่สัปดาห์หลังฉีดเข็มกระตุ้น)
ข้อมูลข้างต้น จึงชี้ให้เห็นความจำเป็นที่จะต้องฉีดเข็มกระตุ้นให้แก่ประชาชน
4. การระบาดของ Omicron ใน UK มีการขยายตัวเร็ว โดยมีค่า R ราว 3.7 (ช่วงความเชื่อมั่นตั้งแต่ 3.3-4.2) และลักษณะการติดเชื้อก็สอดคล้องกับประเทศอื่นๆ โดยติดกันมากในวัยทำงานและวัยเรียน ทั้งเพศชายและหญิง
5. ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะสรุปเกี่ยวกับลักษณะการป่วยรุนแรงและการเสียชีวิตของ Omicron จำเป็นต้องติดตามต่อไปอีกระยะ
สำหรับไทยเรา บทเรียนของต่างประเทศสะท้อนให้เราระมัดระวังการแพร่ระบาดของ Omicron โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยทำงาน และวัยเรียน เพราะเป็นช่วงอายุที่มีการพบปะกับคนอื่นๆ จำนวนมากในแต่ละวัน
คนที่ได้วัคซีนไปแล้ว จำเป็นต้องไปรับวัคซีนเข็มกระตุ้น ซึ่งควรเป็น mRNA vaccine เพราะดูจากข้อมูลการศึกษาวิจัยของสากลที่พิสูจน์ให้เห็น ระบบการตรวจคัดกรองโรคและการกักตัวนั้นสำคัญมากในการชะลอการระบาดจากต่างประเทศเข้ามา
แต่ระบบการตรวจคัดกรองโรคและการเข้าถึงบริการสำหรับประชาชนทุกคนนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เพื่อเตรียมรับมือกับการระบาดในประเทศหากเกิดขึ้นในอนาคต
“เหนืออื่นใด ที่สำคัญที่สุดคือ การป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด ใส่หน้ากากเสมอ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า เว้นระยะห่างจากคนอื่นเกินหนึ่งเมตร เลี่ยงการตะลอนท่องเที่ยว การไปในที่แออัด ระบายอากาศไม่ดี และเลี่ยงการปาร์ตี้สังสรรค์ครับ” นพ.ธีระ ระบุในตอนท้าย