ยกเป็นปัญหาระดับโลก "ม็อบจะนะ" ยื่นคำขาดไม่กลับบ้าน ปรับแผนย้ายไปปักหลักหน้ายูเอ็น เพื่อรอแนวร่วมมาสมทบ ก่อนบุกทำเนียบอีกครั้ง 13 ธ.ค. เพื่อทวงคำตอบ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

     ความคืบหน้ากรณี เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ปักหลักชุมนุมประท้วงอยู่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อทวงสัญญา SEA ประเมินผลกระทบระดับยุทธศาสตร์ ภาคประชาชน จากรัฐบาลในโครงการนิคมอุตสาหกรรมก้าวหน้าจะนะ จ.สงขลา ซึ่งเมื่อช่วงกลางดึกวันที่  6 ธ.ค. ที่ผ่านมา ถูกเจ้าหน้าที่กระชับพื้นที่ก่อนที่จะถูกปล่อยตัวในวันถัดมา 

 

     ล่าสุดวันนี้ (8 ธ.ค.) ที่บริเวณประตู 1 ทำเนียบรัฐบาล เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น กว่า 30 คน ได้มีการแถลงการณ์ฉบับที่ 2 “เราจะไม่กลับบ้าน และจะอยู่รอจนกว่าจะได้รับคำตอบจากรัฐบาล” โดย น.ส.มัยมูเนาะ บุตรดี ตัวแทนกลุ่มฯ อ่านแถลงว่า การที่รัฐบาลสั่งเจ้าหน้าที่สลายการรวมตัวของเราเมื่อค่ำวันที่ 6 ธ.ค. และแจ้งความดำเนินคดี โดยไม่สนใจรับฟังปัญหาของเรา ได้พิสูจน์แล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ไม่เคยให้ความสำคัญกับปัญหาของประชาชน ทางเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นจึงขอประกาศว่า ตราบใดที่ข้อเรียกร้องทั้งหมดยังไม่ถูกตอบรับ เราก็จะไม่กลับบ้าน จะยืนหยัดต่อไปจนกว่า จะได้ตามข้อตกลงที่รัฐบาลทำกับเราไว้ทุกข้อ 
 

"ม็อบจะนะ" ยื่นคำขาดไม่กลับบ้าน ย้ายไปปักหลักหน้ายูเอ็น

"ม็อบจะนะ" ยื่นคำขาดไม่กลับบ้าน ย้ายไปปักหลักหน้ายูเอ็น

     โดยระหว่างนี้เราจะปักหลักอยู่หน้าสำนักงานองค์การสหประชาชาติหรือยูเอ็น ด้วยเหตุผล 3 ประการคือ

 

1.เราไม่ต้องการสร้างเงื่อนไข เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เป็นข้ออ้าง จับกุมและคุมขังพวกเราอีก

 

2.เราต้องการใช้พื้นที่หน้ายูเอ็น สื่อสารให้สังคม ทั้งภายในและภายนอกประเทศรับรู้ปัญหา

 

3.เพื่อเฝ้ารอแนวร่วมภาคใต้และภูมิภาคอื่นมาสมทบ
 

"ม็อบจะนะ" ยื่นคำขาดไม่กลับบ้าน ย้ายไปปักหลักหน้ายูเอ็น

     น.ส.มัยมูเนาะ กล่าวต่อว่า เราแค่มาเพื่อทวงสัญญาจากรัฐบาล ไม่มีเจตนาเพื่อก่อให้เกิดความวุ่นวาย จึงขอย้ำข้อเสนออีกครั้งคือ 1.รัฐบาลต้องตรวจสอบการดำเนินการงานของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ถึงความไม่ปกติของโครงการทั้งหมดในทุกมิติ 2.จัดให้มีการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในเชิงยุทธศาสตร์แบบมีส่วนร่วม อันเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายเพื่อประกอบการตัดสินใจว่าจะเดินหน้าหรือยุติโครงการต่อไป 3.ต้องหยุดดำเนินการทุกอย่างจนกว่าจะดำเนินการในข้อ 1 และข้อ 2 แล้วเสร็จ 4.ยุติการดำเนินคดีกับพวกเรา ทั้ง 37 คน โดยจะเดินทางมาทวงสัญญาอย่างเป็นทางการอีกครั้งบริเวณทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 13 ธ.ค. พร้อมกับเครือข่ายภาคีต่างๆ ที่จะมาสมทบกับพวกเราในวันที่ 12 ธ.ค. นี้ 

 

     ทั้งนี้หลังจากการอ่านแถลงการณ์เสร็จสิ้น ทางเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ได้เคลื่อนตัวไปปักหลักชุมนุมหน้ายูเอ็น โดยมีการเตรียมอุปกรณ์ เช่น น้ำ อาหารและหม้อหุงข้าว เป็นต้น เพื่อใช้ในการปักหลักระหว่างรอคำตอบรับจากรัฐบาล

 

"ม็อบจะนะ" ยื่นคำขาดไม่กลับบ้าน ย้ายไปปักหลักหน้ายูเอ็น