"ม็อบจะนะ" ยื่นคำขาดไม่กลับบ้าน ย้ายไปปักหลักหน้ายูเอ็น
08 ธ.ค. 2564
ยกเป็นปัญหาระดับโลก "ม็อบจะนะ" ยื่นคำขาดไม่กลับบ้าน ปรับแผนย้ายไปปักหลักหน้ายูเอ็น เพื่อรอแนวร่วมมาสมทบ ก่อนบุกทำเนียบอีกครั้ง 13 ธ.ค. เพื่อทวงคำตอบ
ข่าว
08 ธ.ค. 2564
ยกเป็นปัญหาระดับโลก "ม็อบจะนะ" ยื่นคำขาดไม่กลับบ้าน ปรับแผนย้ายไปปักหลักหน้ายูเอ็น เพื่อรอแนวร่วมมาสมทบ ก่อนบุกทำเนียบอีกครั้ง 13 ธ.ค. เพื่อทวงคำตอบ
ความคืบหน้ากรณี เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ปักหลักชุมนุมประท้วงอยู่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อทวงสัญญา SEA ประเมินผลกระทบระดับยุทธศาสตร์ ภาคประชาชน จากรัฐบาลในโครงการนิคมอุตสาหกรรมก้าวหน้าจะนะ จ.สงขลา ซึ่งเมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 6 ธ.ค. ที่ผ่านมา ถูกเจ้าหน้าที่กระชับพื้นที่ก่อนที่จะถูกปล่อยตัวในวันถัดมา
ล่าสุดวันนี้ (8 ธ.ค.) ที่บริเวณประตู 1 ทำเนียบรัฐบาล เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น กว่า 30 คน ได้มีการแถลงการณ์ฉบับที่ 2 “เราจะไม่กลับบ้าน และจะอยู่รอจนกว่าจะได้รับคำตอบจากรัฐบาล” โดย น.ส.มัยมูเนาะ บุตรดี ตัวแทนกลุ่มฯ อ่านแถลงว่า การที่รัฐบาลสั่งเจ้าหน้าที่สลายการรวมตัวของเราเมื่อค่ำวันที่ 6 ธ.ค. และแจ้งความดำเนินคดี โดยไม่สนใจรับฟังปัญหาของเรา ได้พิสูจน์แล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ไม่เคยให้ความสำคัญกับปัญหาของประชาชน ทางเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นจึงขอประกาศว่า ตราบใดที่ข้อเรียกร้องทั้งหมดยังไม่ถูกตอบรับ เราก็จะไม่กลับบ้าน จะยืนหยัดต่อไปจนกว่า จะได้ตามข้อตกลงที่รัฐบาลทำกับเราไว้ทุกข้อ
โดยระหว่างนี้เราจะปักหลักอยู่หน้าสำนักงานองค์การสหประชาชาติหรือยูเอ็น ด้วยเหตุผล 3 ประการคือ
1.เราไม่ต้องการสร้างเงื่อนไข เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เป็นข้ออ้าง จับกุมและคุมขังพวกเราอีก
2.เราต้องการใช้พื้นที่หน้ายูเอ็น สื่อสารให้สังคม ทั้งภายในและภายนอกประเทศรับรู้ปัญหา
3.เพื่อเฝ้ารอแนวร่วมภาคใต้และภูมิภาคอื่นมาสมทบ
น.ส.มัยมูเนาะ กล่าวต่อว่า เราแค่มาเพื่อทวงสัญญาจากรัฐบาล ไม่มีเจตนาเพื่อก่อให้เกิดความวุ่นวาย จึงขอย้ำข้อเสนออีกครั้งคือ 1.รัฐบาลต้องตรวจสอบการดำเนินการงานของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ถึงความไม่ปกติของโครงการทั้งหมดในทุกมิติ 2.จัดให้มีการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในเชิงยุทธศาสตร์แบบมีส่วนร่วม อันเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายเพื่อประกอบการตัดสินใจว่าจะเดินหน้าหรือยุติโครงการต่อไป 3.ต้องหยุดดำเนินการทุกอย่างจนกว่าจะดำเนินการในข้อ 1 และข้อ 2 แล้วเสร็จ 4.ยุติการดำเนินคดีกับพวกเรา ทั้ง 37 คน โดยจะเดินทางมาทวงสัญญาอย่างเป็นทางการอีกครั้งบริเวณทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 13 ธ.ค. พร้อมกับเครือข่ายภาคีต่างๆ ที่จะมาสมทบกับพวกเราในวันที่ 12 ธ.ค. นี้
ทั้งนี้หลังจากการอ่านแถลงการณ์เสร็จสิ้น ทางเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ได้เคลื่อนตัวไปปักหลักชุมนุมหน้ายูเอ็น โดยมีการเตรียมอุปกรณ์ เช่น น้ำ อาหารและหม้อหุงข้าว เป็นต้น เพื่อใช้ในการปักหลักระหว่างรอคำตอบรับจากรัฐบาล
