ธปท.เผยสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พักแรม เดือน พ.ย. 64 พิษโควิด-19 ยังทำบาดเจ็บต่อเนื่อง แม้จะมีอัตราการเข้าพักรายได้ขยับดีขึ้น แต่ยังต่ำกว่าคาด เมื่อเทียบกับการเข้าสู่ไฮซีชั่นของการท่องเที่ยว พบ 50% มีสภาพคล่องทำธุรกิจไม่เกิน 3 เดือน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พักแรม (Hotel business operator Sentiment Index: HSI)  เดือนพฤศจิกายน  ซึ่ง ธปท. จัดทำร่วมกับสมาคมโรงแรมไทย จากข้อมูลสรุปผลสำรวจโรงแรม จำนวน 132 แห่ง (ไม่รวมโรงแรมที่เป็น ASQ และ Hospitel) ระหว่างวันที่ 11-26 พฤศจิกายน 2554 (สำรวจก่อนการแพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์ใหม่ โอมิครอน ในต่างประเทศ)

 

พบว่าผู้ประกอบการที่พักแรมได้รับผลบวกจากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ การผ่อนคลายมาตรการควบคุม การแพร่ระบาดเพิ่มเติม และการเปิดประเทศ สะท้อนจากอัตราการเข้าพักและรายได้รวมที่ทยอยปรับดีขึ้นต่อเนื่อง

 

โดยอัตราการเข้าพักของโรงแรมที่เปิดรับนักท่องเที่ยวเฉลี่ยอยู่ที่ 30% เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ทั้งนี้คาดการณ์อัตราการเข้าพักเดือน ธ.ค. 64 เพิ่มขึ้น เฉลี่ยอยู่ที่ 34 %

 

รายได้ของโรงแรมที่เปิดกิจการกระเตื้องขึ้นบ้าง โดยมีรายได้กลับมามากกว่า 30% มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น 43% สอดคล้องกับสัดส่วนธุรกิจที่สภาพคล่องเพิ่มขึ้น แต่เกือบครึ่งหนึ่งยังมีสภาพคล่องน้อยกว่า 3 เดือน พบว่า 35% มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อน และ 49% มีสภาพคล่องสำหรับดำเนินธุรกิจได้ไม่เกิน 3 เดือน ใกล้เคียงกับเดือนก่อนที่ 50%

 

มีโรงแรมกลับมาเปิดกิจการปกติ ถึง 68 % ซึ่งใกล้เคียงกับเดือนก่อน ส่งผลดีให้เกิดการจ้างงาน ซึ่งการจ้างงานทยอยปรับดีขึ้นหลังมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ในเดือน ก.ย. 64 โดยการสำรวจเดือนนี้พบว่าผู้ประกอบการโรงแรมจ้างงานเฉลี่ย 59% ของช่วงก่อนเกิดโควิด-19 (หากไม่รวมกลุ่มที่ปิดกิจการชั่วคราวจะเฉลี่ยอยู่ที่ 61%)

 

 

หลังเปิดประเทศ โรงแรม-การจ้างงานปรับตัวดีขึ้น  แต่ยังต่ำกว่าที่คาด

 

 

 มีสัดส่วนแรงงานที่ได้รับวัคซีนครบ ได้แก่ AZ ครบสองเข็ม / สูตรไขว้ (เช่น SV+AZ) / ครบสามเข็มแล้ว (เช่น SV+SV+booster) เฉลี่ยอยู่ที่มากกว่า 70% ของแรงงานทุกภาค

  • ภาคเหนือได้รับวัคซีนครบ 79%
  • ภาคอีสาน 82%
  • ภาคตะวันออก 92%
  • ภาคกลาง 79%
  • ภาคใต้ 91%

 

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ 35 % มองว่า ผลของโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 และ ทัวร์เที่ยวไทย มีผลต่ออัตราการเข้าพักเป็นไปตามที่คาด ขณะที่ 28% ยังแย่กว่าที่คาดจากความกังวลการแพร่ระบาด และอุปสงค์ที่อยู่ในระดับต่ำ

 

ส่วนการเปิดประเทศ 1 พ.ย. 64 ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มองว่ายังไม่สามารถประเมินผลได้ ขณะที่ 24% มองว่ารายได้แย่กว่าที่คาด

 

อุปสรรคหลักที่ทำให้แย่กว่าที่คาด พบว่า

  • ความกังวลการแพร่ระบาดในไทย
  • ค่าใช้จ่ายการเดินทางสูงจากค่าตรวจโควิด-19
  • นโยบายของประเทศต้นทาง

 

 

หลังเปิดประเทศ โรงแรม-การจ้างงานปรับตัวดีขึ้น  แต่ยังต่ำกว่าที่คาด

 

ส่วนลูกค้าที่เข้าพัก ส่วนใหญ่ยังเป็นลูกค้าชาวไทย 68% แต่เริ่มเห็นลูกค้าต่างชาติมากขึ้น 39%  โดยเฉพาะยุโรป และเอเชีย  โดยแบ่งสัดส่วนเป็น

  • โครงการ Sandbox 17%
  • Workation / Staycation 12%
  • ต่างชาติที่มาทำงานในไทย7%
  • ประชุมสัมมนา (MICE)  3%

 

อย่างไรก็ดี ข้อมูลสรุปผลสำรวจโรงแรม ASQ และ Hospitel เดือน พ.ย. 64 พบว่า โรงแรม และ ASQ รายได้กลับมา 50% เทียบก่อนโควิด ส่วนการจ้างงาน  ASQ สูงกว่าโรงแรมทั่วไป เฉลี่ย 79% แต่อัตราการเข้าพักต่ำกว่าโรงแรมทั่วไป เฉลี่ย 27%

 

หลังเปิดประเทศ โรงแรม-การจ้างงานปรับตัวดีขึ้น  แต่ยังต่ำกว่าที่คาด

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด