จากนั้นตำรวจได้ออกหมายเรียกนางสุภาภรณ์ และแจ้งข้อกล่าวหา ยักยอกทรัพย์ ร่วมกันยักยอกทรัพย์หรือรับของโจร ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติ พบว่ามีคดีติดตัวหลายคดี อาทิ ยักยอกทรัพย์ 3 คดีในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น 1 คดี อุดรธานี 2 คดี คดีฉ้อโกง 3 คดีในพื้นที่สน.สุทธิสาร 1 คดี และจังหวัดนนทบุรี 2 คดี และยังมีคดีความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์อีก 3 คดี ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและนนทบุรี ทุกคดีเกิดในช่วงปี พ.ศ.2564 อยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นศาล โดยผู้ต้องหายังให้การซัดทอดถึงกลุ่มนายทุนและผู้เกี่ยวข้องอีกหลายคนซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างการขยายผล
ทั้งนี้รอบปีที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง ได้มีการปราบปรามเครือข่ายรับซื้อขายรถยนต์มาแล้วหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็น การทลายเครือข่าย เพจรับจำนำรถยนต์ ที่ จ.พิษณุโลก ซึ่งสามารถตรวจยึด รถยนต์ จำนวน 84 คัน รถจักรยานยนต์ 79 คัน รวม 163 คัน และปราบปรามขบวนการซึ่งเปิดเพจรับจำนำรถยนต์ จ.ร้อยเอ็ด จนกระทั่งสามารถตรวจยึดรถยนต์ จำนวน 73 คัน ถึงแม้จะมีการปราบปรามและจับกุมอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังมีกลุ่มคนร้ายที่ฉวยโอกาสซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงสถานการณ์โควิด เปิดเพจออนไลน์ในลักษณะเดียวกันขึ้น เพื่อหลอกลวงประชาชนอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย
ด้านพลตำรวจตรีมนตรี ยังแจ้งเตือนไปถึงผู้ที่เดือดร้อนหรือมีความจำเป็นต้องใช้เงิน หากนำรถยนต์ที่ติดไฟแนนซ์ไปจำนำโดยผิดกฎหมาย อาจถูกบริษัทไฟแนนซ์แจ้งความดำเนินคดีในข้อหายักยอกทรัพย์ และอาจถูกหลอกลวงในลักษณะดังกล่าวได้ จึงขอให้ตรวจสอบข้อมูลของแหล่งเงินกู้ต่างๆว่า ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบได้กับธนาคารแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ที่ www.bot.or.th
สุดท้ายนี้ หากประชาชนท่านใดพบเห็นผู้กระทำความผิดในลักษณะข้างต้น สามารถแจ้งเบาะเเสเข้ามาได้ที่เพจตำรวจสอบสวนกลาง หรือเพจกองปราบปราม