อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ย้ำว่า ประชาชนยังคงมาตรการสาธารณสุขตลอดเวลาและอย่ากังวลกับสายพันธุ์ โอมิครอน จนเกินไปเนื่องจากขณะนี้การแพร่ระบาดที่อยู่รอบตัวเราเป็นสายพันธุ์ เดลต้า และคาดว่าหากมีการระบาดของสายพันธุ์ โอมิครอน ก็จะใช้ระยะเวลาอีกสักระยะ
ขณะที่ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่า จากกระแสข่าวที่มีการสงสัย 2 กรณี รายแรกคือหญิงแอฟริกา ที่พบติดเชื้ออยู่ที่สถาบันบําราศนราดูร เบื้องต้น ไม่ได้เป็นสายพันธุ์โอมิครอน
และอีกกรณี รายที่ยืนยันรายแรกว่าเป็นสายพันธุ์โอมิครอน เป็นชายอายุ 35 ปี สัญชาติอเมริกาอาศัยอยู่ในสเปน 1 ปี เป็นนักธุรกิจ ไม่มีอาการ เดินทางเข้าประเทศไทยวันที่ 29 พฤศจิกายน โดยในวันที่ 28 พฤศจิกายน ได้มีการตรวจเชื้อก่อนเดินทางเข้าไทยและไม่พบเชื้อ ขณะถึงประเทศไทยได้มีการตรวจเชื้ออีกครั้ง พบเชื้อวันที่ 1 ธันวาคม
โดยได้มีการส่งเคสยืนยันไปที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ขณะนี้อาการผู้ป่วยมีน้อยมาก ไม่มีประวัติโรคประจำตัวและไม่มีการตรวจพบเชื้อโควิดมาก่อนเดินทางเข้าไทย
จากการสอบสวนโรคเบื้องต้น รายนี้ไม่มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงมี แต่ผู้สัมผัสเสียงต่ำระหว่างนั่งเครื่องบินใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ระหว่างอยู่บนเครื่องบินในแถวที่นั่งชายคนนี้ได้นั่งคนเดียว.
สำหรับเชื้อโควิคกลายพันธุ์โอมิครอน พบว่าแพร่ระบาดได้เร็วกว่าสายพันธุ์ที่ผ่านมา 2 ถึง 5 เท่า / ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่มีอาการหรืออาการน้อยคล้ายโรคไข้หวัด ดยผู้ติดเชื้อที่รายงานในต่างประเทศส่วนใหญ่ไม่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และยังไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อโอมิครอนเสียชีวิต
สำหรับประเทศไทย ได้มีการเร่งฉีดวัคซีนโควิดให้ครอบคลุม ยกระดับการเฝ้าระวังช่องทางเข้าออกประเทศและสถานที่ท่องเที่ยว ทำการสุ่มตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงและผู้ป่วยไข้หวัดที่เป็นคลัสเตอร์ ส่งตัวอย่างเชื้อที่พบจากผู้เดินทางหรือรายที่น่าสงสัยตรวจหาสายพันธุ์โอมิครอน ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ทันที
จากการติดตามโอมิครอนทั่วโลก องค์การอนามัยโลก ระบุว่า ยังไม่มีการรายงานผู้เสียชีวิตจากสายพันธุ์โอมิครอนแม้แต่รายเดียว ตรงกับหลายหน่วยงานที่ให้ข้อมูลถึงความรุนแรงของสายพันธุ์โอมิครอน จะน้อยกว่าสายพันธุ์เดลต้าค่อนข้างมาก
ส่วนความกังวลในการติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่า ยังคงเป็นการติดเชื้อผ่านละอองฝอยน้ำลายเป็นหลัก ยังไม่มีข้อมูลว่าเป็นการติดเชื้อผ่านทางอากาศ