พร้อมด้วย 3 โอเปอเรเตอร์ เอไอเอส ทรู ดีแทค และยักษ์ใหญ่ “หัวเว่ย” ที่จะเข้ามาร่วมสนับสนุนการขยายโครงข่ายและผลักดันบริการ 5จี สู่การใช้งานอย่างเป็นรูปธรรม สร้างมูลค่าเพิ่มให้ระบบเศรษฐกิจ
โดยนายอาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) กล่าวว่า 5จี จะสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ไม่ใช่แค่กับอุตสาหกรรมโทรคมนาคมเท่านั้น แต่จะเป็นก้าวสำคัญต่อการพัฒนาดิจิทัลอีโคโนมี การเติบโตของจีดีพี และอนาคตของไทย โดย คาดการ์ว่าใน 5ปี จากนี้ ทั่วโลกจะมีอุปกรณ์อัจฉริยะ 4 หมื่นล้านชิ้นที่เชื่อมกันได้ หรือ คิดง่ายๆ คน 1 คน จะมีอุปกรณ์ใช้งานอย่างน้อย 5 เครื่อง เกิดการเชื่อมต่อ 1 แสนล้านการเชื่อมต่อ โดยมีเอไอเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนทำทุกอย่างอัจฉริยะขึ้น
สำหรับไทยคาดการณ์ว่าการเปลี่ยนผ่านไปสู่ 5จี ในหลายอุตสาหกรรมจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้จีดีพีไทยในปี 2568 เพิ่มขึ้น 10.12% โดยจีดีพีที่เกิดจาก 5จี จะมีมูลค่า 2.3 ล้านล้านบาท ขณะเดียวกันเพิ่มโอกาสและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ภาคอุตสาหกรรมมูลค่าไม่น้อยว่า 1.6 ล้านล้านบาท ซึ่งปัจจุบันไทยเป็นผู้นำการลงทุนอินฟราสตรักเจอร์ 5จี ในอาเซียน และติดอันดับท็อป 10 ของโลก ในการพัฒนาประสบการณ์ต่างๆบน 5จี
ด้านนายชารัด เมห์โรทรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่า ดีแทคเชื่อว่า 5จี มีศักยภาพที่แข็งแกร่งมากในการช่วยให้เกิดการฟื้นตัวของไทย ดังนั้น จำเป็นต้องหาโซลูชั่นและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อศึกษาวิธีการทำงานใหม่ สร้างการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน