นางทัศนีย์ เปาอินทร์ เปิดเผยว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงได้รีบรายงานข้อเท็จจริงต่อศาลในทันทีเพื่อขอให้ศาลเพิกถอนการยึดและการขายทอดตลาดบ้านและที่ดินที่พิพาท และได้ลงพื้นที่ชี้แจงทำความเข้าใจกับนางสำลี ทองดี เจ้าของที่พิพาทในเบื้องต้น พร้อมประสานแจ้งข้อเท็จจริงดังกล่าวไปยังผู้ซื้อแล้ว ซึ่งผู้ซื้อพร้อมที่จะคืนบ้านและที่ดินดังกล่าวให้กับนางสำลี ทองดี เจ้าของที่แท้จริงตามกฎหมายต่อไป
ต่อมา นายพีระพงษ์ วิกุญชร เจ้าหน้าที่ฝ่ายศูนย์ดำรงธรรมอำเภอบ้านแท่น เปิดเผยว่า ศูนย์ดำรงธรรมได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายประดิษฐ์ พงษ์สระพัง กำนันตำบลสระพัง ซึ่งเป็นผู้นำชุมชนนำเสนอความเดือดร้อนของยายวัย 73 ปี คือนางสำลี ทองดี ลูกบ้านและได้สอบถามกับคุณยายสำลี ว่าก่อนหน้านี้ได้รู้เรื่องว่าบ้านจะถูกยึดหรือไม่ รวมถึงเคยมีเอกสารอะไรมาถึงบ้านหรือไม่ ซึ่งได้รับการยืนยันว่าไม่เคยมีเอกสารจากทางราชการแจ้งอะไรมาเลย แต่เพิ่งมาทราบเรื่องเมื่อวันที่ 19 พ.ย.เท่านั้น
โดยสรุปพบว่าจากการตรวจสอบมีข้อมูลผิดพลาด เพราะยายสำลี ไปมีชื่อพ้องกับคนที่เป็นหนี้และถูกยึดบ้านเท่านั้น แต่หลักฐานเลขบัตรประชาชน เลขที่บ้าน และชื่อหมู่บ้านก็เป็นคนละหมู่บ้านกัน จึงได้ให้ทางกรมบังคับคดีระงับการซื้อขายพื้นที่ดังกล่าวไว้แล้ว เนื่องจากมีผู้มาร้องเรียนขอความเป็นธรรม และจะทำหนังสือเพื่อเชิญทนายความ ซึ่งทำเอกสาร ส่งฟ้องศาลและ กรมบังคับคดีที่ยึดทรัพย์ดังกล่าวมาเพื่อเจรจาให้มีการรับผิดชอบเพื่อถอนฟ้องยายสำลีโดยเร็วต่อไป