ด้านอุปทูตฯไมเคิล ฮีต กล่าวยินดีที่ได้มีส่วนสำคัญ ในการมอบวัคซีนจากสหรัฐฯ และภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนประเทศไทย ในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในไทย จนมีส่วนช่วยให้ไทยกลับมาเปิดประเทศ และดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากการ ฉีดวัคซีนที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 แล้วการรักษาก็มีความสำคัญเช่นกัน ซึ่งสหรัฐ พร้อมพิจารณาให้การสนับสนุนประเทศไทย
ทั้งนี้ สหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับการกระชับความสัมพันธ์กับประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยจะเห็นได้จากการแลกเปลี่ยนหารือระหว่างกัน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณรัฐบาลสหรัฐฯ อีกครั้ง สำหรับทุกความปรารถนาดีในช่วงเวลาแห่งความท้าทายเช่นนี้และหวังว่าทั้งสองประเทศจะสามารถก้าวผ่านวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน
อนึ่ง การรับมอบวัคซีนจากรัฐบาลสหรัฐฯ ครั้งที่ 2 ในวันนี้ เป็นไปตามที่รัฐบาลสหรัฐได้ประกาศว่า จะมอบวัคซีนกว่า 2.5 ล้านโดส ให้กับไทย