ต่อมาในเวลา 13.00 น. นายสันธนะ ได้เดินทางมาที่กองปราบฯ เพื่อยื่นเอกสารหนังสือร้องเรียนตัวจริง ที่ส่งให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมกล่าวว่า ตนต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจว่า ไม่ได้เป็นผู้กล่าวหา พร้อมโชว์หนังสือร้องเรียนให้สื่อดูว่า ตามข้อความในหนังสือไม่ได้มีการระบุชื่อ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ แต่อย่างใด มีแต่เพียงว่า ตนเองได้รับทราบว่ามีการอ้างถึง นายตำรวจยศพลตำรวจตรี ที่มีชื่อเล่นว่า แต้ม เป็นคนคอยเก็บเงินบ่อนส่งตำรวจ ตนไม่เข้าใจว่าจะร้อนตัวทำไม
นายสันธนะ กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้ตนไม่พอใจมากกว่าการแจ้งความหมิ่นประมาท และเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท คือการที่ พล.ต.ต.วิชัย บอกว่า ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยพูดคุยกับตน จึงอยากถามว่าถ้าไม่เคยคุยกัน แล้วใครที่เรียกตนเองว่า เจ้านาย มาตลอด
ทั้งนี้สมัยยังรับราชการตำรวจ ส่วนตัวไม่ได้เคยทำงานร่วมหน่วยกับ พล.ต.ต.วิชัย แต่ก็มักจะเจอกันที่ย่านพญาไท บ่อยครั้ง และต่อจากนี้ตนเองจะเดินทางไป สน.พหลโยธิน เพื่อแจ้งความเอาผิด พล.ต.ต.วิชัย ฐานหมิ่นประมาทเช่นกัน
มีรายงานว่า ขณะที่บรรยากาศเมื่อทั้งสองเดินทางมาเจอกัน นายสันธนะได้พยายามจะเข้าไปในห้องพนักงานสอบสวนที่ พล.ต.ต.วิชัย นั่งรอเอกสารอยู่ แต่มีเจ้าที่ตำรวจกองปราบมาช่วยกันไว้ นายสันธนะ จึงแค่ถามว่าไม่เคยคุยกันจริงๆ หรือ ไม่รู้จักกันจริงๆ หรือ ขณะที่ด้าน พล.ต.ต.วิชัย นั่งไขว่ห้างกระดิกเท้าพร้อมมองมาที่นายสันธนะ โดยไม่ได้ตอบโต้อะไร