ดราม่าไม่จบ สำหรับกรณีการซุกหมายจับ "เสี่ยโจ้ ปัตตานี" จนทำให้ผู้ต้องหาและจำเลยคนสำคัญ ที่ตำรวจบอกเองว่าเป็น "เจ้าพ่อน้ำมันเถื่อนของประเทศ" หลุดรอดเป็นอิสระ และหนีลอยนวลไปได้ ทั้งๆ ที่มีคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดแล้วให้จำคุก 1 ปี 9 เดือน ในคดีใช้ดวงตราประทับไม้ปลอม

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 แถลงข่าวกรณีที่ ผบ.ตร.สั่งให้สอบสวนข้อเท็จจริง "ใครซุกหมายจับเสี่ยโจ้" ซึ่งเป็นการสอบสวนตามบัญชาของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

 

คำตอบที่ได้จาก ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 คือ

 

-คนที่ซุกหมายจับ เป็นพนักงานสอบสวนคนหนึ่ง ไม่ยอมบอกชื่อ

 

-ได้รับหมายจับจากศาล เพราะไปที่ศาลพอดี

 

-ได้หมายมาแล้ว เก็บไว้ ลืมนำเข้าสารบบหมายจับ

 

-เป็นตำรวจมาช่วยราชการ ตอนนี้ย้ายกลับภูธรภาค 3 แล้ว

 

-ถ้าจะสอบวินัย เป็นหน้าที่ของภูธรภาค 3

 

-ย้ำว่ามีคนบกพร่องเพียงคนเดียว คือพนักงานสอบสวนคนที่ว่านี้

 

ผบช.ภ. 3 ฉุนโดนโบ้ยสอบมือซุกหมายจับ"เสี่ยโจ้"

เมื่อผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 บอกแบบนี้ แถมยังโยนให้ภาค 3 สอบสวนวินัยต่อ "เนชั่นทีวี" จึงขอสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3

 

โดย พล.ต.ท.สมประสงค์ ตอบด้วยน้ำเสียงดุดันว่า "เรื่องนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 9 ทางตำรวจภูธรภาค 3 ไม่มีหน้าที่ในการชี้แจง ซึ่งตอนเกิดเรื่องนั้น เกิดที่ตำรวจภูธรภาค 9 น่าจะมีการตรวจสอบที่ภาค 9 มากกว่า ว่าทำไมไม่มีการนำหมายจับลงระบบ ผิดพลาดอย่างไร บกพร่องในส่วนไหน"

"ถ้าหากพบว่ามีความผิดทางวินัย ทางตำรวจภูธรภาค 9 สามารถประสานมาทางตำรวจภูธรภาค 3 ให้ดำเนินการได้ แต่ในเรื่องของทางอาญานั้น ทางตำรวจภูธรภาค 9 ควรจะต้องดำเนินการเพราะเป็นต้นสังกัดในขณะที่เกิดปัญหา"

 

สรุปเป็นการโยนกันไปมา และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการตั้งเรื่องสอบ และยังไม่รู้ว่าพนักงานสอบสวนคนนี้คือใคร และคำถามที่สังคมคาใจ คือ ผู้บังคับบัญชาในยุคนั้น ไม่มีใครต้องรับผิดชอบเลยหรือ?