พลตำรวจโทนันทเดช ยังบอกอีกว่า หลังจากนี้ไปก็ต้องกระชับมากขึ้น ต้องคุยกันมากขึ้นระหว่างหน่วยงานข้างเคียง เชื่อว่าทางศาลท่านก็มีระบบการจัดเก็บหมาย ทางตำรวจก็ต้องมีระบบจัดเก็บหมายที่กระชับกว่านี้ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการพัฒนาการเก็บหมายจับไปค่อนข้างเยอะ และจะต้องมีการพัฒนาต่อไป
อย่างไรก็ตามทางตำรวจภูธรภาค 9 ก็ไม่ได้มีความกดดันในเรื่องนี้แต่อย่างใด ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง อยู่ที่จะตามจับบได้ช้าหรือเร็วเท่านั้น ท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก ซึ่งเชื่อว่าไม่นาน ส่วนกลุ่มคนที่พาเสี่ยโจ้หลบหนี ก็ต้องรู้ตัวว่ากระทำผิดกฎหมายอยู่ ซึ่งก็จะต้องถูกดำเนินคดี และทราบตัวบุคคลที่พาหนีแล้ว เป็นขั้นตอนต่อไปที่จะดำเนินการ
สำหรับ นายสหชัย หรือ โจ้ ปัตตานี ยังมีคดีที่ศาลปัตตานีพิพากษาจำคุก 1 ปี 9 เดือน ในข้อหาปลอมแปลงเอกสารใช้ดวงตราประทับไม้ปลอม ซึ่งศาลออกหมายจำคุกถึงที่สุดเเละให้ออกหมายจับ โดยเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้ออกเอกสารข่าวชี้เเจงสำหรับเหตุที่ไม่ได้ส่งตัว นายสหชัย ไปยังศาลจังหวัดปัตตานีนั้น ก็เนื่องจากตำรวจได้ตรวจสอบในสารบบแล้ว พบว่า นายสหชัย มีหมายจับของศาลจังหวัดสงขลาเพียงแค่หมายจับเดียว ไม่พบมีหมายจับของศาลจังหวัดปัตตานี
หลังจากถูกนำตัวไปส่งจังหวัดสงขลา ตามหมายจับคดีร่วมกันฟอกเงิน พนักงานอัยการได้มีคำสั่งไม่ฟ้อง ทำให้จำเป็นต้องปล่อยตัวไป โดยก่อนปล่อยตัวได้สอบถามว่ามีหมายจับค้างเก่าอื่นหรือไม่เมื่อตำรวจบอกว่าไม่มีทางอัยการไม่มีอำนาจควบคุมตัวจึงปล่อยไป จากนั้นวันที่ 6 พฤศจิกายน 2564 ทางเจ้าหน้าที่เพิ่งจะค้นเจอหมายจับศาลปัตตานี เช้าวันที่ 7 พฤศจิกายน 2564 จึงรีบขอหมายค้น และตามไปหาตัวที่บ้านพักก็ไร้วี่แววของเสี่ยโจ้ คาดว่าเดินหน้าหลบหนีออกไปนอกประเทศเรียบร้อยแล้ว
ภาพ/ข่าว โดย : นครินทร์ ชินวรโกมล ยะลา