เนชั่นทีวี

ข่าว

สตง.จี้ถาม สน.ดอนเมือง ปมเบิกเงินพิเศษ พงส.คนดัง

20 พ.ย. 2564 | chairat_pat

สตง.จี้ถาม สน.ดอนเมือง ปมเบิกเงินพิเศษ พงส.คนดัง

มีประเด็นการตรวจสอบการเบิกเงินพิเศษของพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ที่อาจเกี่ยวโยงไปถึง "ตำรวจหญิงคนดัง" ที่มีชื่อเสียงชั่วข้ามคืนจากการทำหน้าที่ถือโทรศัพท์ให้ ผบ.ตร.ขณะแถลงข่าวจับกุมและสอบปากคำ "อดีตผู้กำกับโจ้" ผ่านมือถือ

สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ทำหนังสือถึงผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 แจ้งว่าได้มีการตรวจสอบการเบิกจ่าย "เงินเพิ่มเป็นกรณีพิเศษสำหรับตำแหน่งผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านสอบสวน" หรือ เงิน ต.ด.ส. ในปีงบประมาณ 2564 ของ สน.ดอนเมือง โดยจะเข้าไปตรวจสอบตั้งแต่วันที่ 22 พ.ย. ที่จะถึงนี้ จนกว่าจะแล้วเสร็จ

 

ทั้งนี้ ในเอกสารมีการส่งชื่อเจ้าหน้าที่ สตง. ที่จะเข้าไปปฏิบัติงานตรวจสอบเอกสารต่างๆ ที่ สน.ดอนเมืองด้วย และแจ้งให้ทาง สน.เตรียมข้อมูลการเบิกจ่ายให้พร้อม โดยข้อมูลที่ต้องการก็เช่น มีข้าราชการตำรวจได้เงิน ต.ด.ส. กี่นาย มีใครได้รับอนุมัติให้ได้เงินสูงขึ้น หรือหมดสิทธิ์ได้รับเงิน ต.ด.ส.บ้างหรือไม่

สตง.จี้ถาม สน.ดอนเมือง ปมเบิกเงินพิเศษ พงส.คนดัง

 

ไฮไลท์ของการตรวจสอบอยู่ที่ข้อ 4 ตามระบุในเอกสาร ซึ่งอ้างถึงข่าวในสื่อต่างๆ ว่า กรณีข้าราชการตำรวจตำแหน่ง รองสารวัตร (สอบสวน) สังกัด สน.ดอนเมือง ได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่อื่น หรือไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์หรือหน่วยอื่น ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่สอบสวน

 

โดยเป็นนายตำรวจติดตามข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ปฏิบัติหน้าที่คณะทำงาน "สื่อ-สร้าง-สาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" ปฏิบัติหน้าที่ ณ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร. ) นั้น มีการได้รับเงินเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ สำหรับตำแหน่งผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านสอบสวนหรือไม่อย่างไร  และเป็นไปตามกฎหมายระเบียบข้อบังคับหรือไม่ 

 

สตง.จี้ถาม สน.ดอนเมือง ปมเบิกเงินพิเศษ พงส.คนดัง

 

พร้อมทั้งให้ชี้แจงรายละเอียดภายใน 30 พ.ย.นี้ และขอหลักฐานเกี่ยวกับการไปปฏิบัติหน้าที่อื่นว่า มีคำสั่งเมื่อใด เริ่มปฏิบัติหน้าที่อื่นเมื่อใด เป็นต้น

 

สำหรับข้าราชการตำรวจตำแหน่ง รองสารวัตร (สอบสวน) สน.ดอนเมือง ที่ปรากฏเป็นข่าวว่ามีคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่อื่น คือ ร.ต.ท.หญิง ภัทรศยา ฤกษ์รัตน์ หรือ "น้องไวกิ้ง" ซึ่งโด่งดังชั่วข้ามคืนหลังจากไปทำหน้าที่ถือโทรศัพท์ให้กับ ผบ.ตร. ขณะแถลงข่าว "อดีตผู้กำกับโจ้" มอบตัวที่กองบังคับการปราบปราม เมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา ช่วงที่การสอบปากคำ "อดีตผู้กำกับโจ้" เบื้องต้นผ่านการโฟนอินทางมือถือ

 

หลังจากเป็นข่าวที่สังคมให้ความสนใจ ได้มีการขุดค้นหาประวัติของ "น้องไวกิ้ง" จนทราบว่าตำแหน่งหลักเป็นรองสารวัตร (สอบสวน) สน.ดอนเมือง แต่ไปทำหน้าที่เป็นตำรวจติดตาม พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 

 

 

 

สตง.จี้ถาม สน.ดอนเมือง ปมเบิกเงินพิเศษ พงส.คนดัง

 

ผกก. ป้อง "น้องไวกิ้ง" ยังทำงานสอบสวนไม่ขาด

 

 

"เนชั่นทีวี" สอบถามเรื่องนี้ไปยัง พ.ต.อ.รังสรรค์ สอนสิงห์ ผู้กำกับการ สน.ดอนเมือง ได้รับคำชี้แจงว่า ผู้ที่ถูกตรวจสอบถือเป็นตำรวจที่มีความสามารถ จึงมีการขอให้ไปช่วยราชการในหน่วยงานอื่น แต่ตำรวจคนนี้ ก็ยังปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนของ สน.ดอนเมือง ด้วย ยืนยันได้จากสำนวนการสอบสวนของ สน.ดอนเมือง ยังคงมีชื่อและลายเซ็นของตำรวจคนนี้อยู่ การขอตัวไปช่วยราชการ ก็ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่หลักที่ สน.ดอนเมือง ได้ตามปกติ

 

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมพนักงานสอบสวน เปิดเผยว่า การเบิกจ่ายเงินเพิ่มเป็นกรณีพิเศษสำหรับตำแหน่งผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านสอบสวนนั้น ปกติแล้วมีพนักงานสอบสวนจำนวนมาก ที่อาจจะไปช่วยงานอีกตำแหน่งหนึ่ง โดยไม่ขาดจากงานหน้าที่ประจำ คือ ยังทำงานสอบสวนอยู่ ก็ยังมีสิทธิ์ที่จะเบิกเงินในส่วนนี้ได้ เป็นการไปช่วยราชการในลักษณะที่ไม่ขาดจากหน้าที่เดิม

 

ส่วนหลักการสามารถทำได้ แต่ต้องพิจารณาจากคำสั่งไปช่วยราชการโดยไม่ขาดจากหน้าที่ประจำ เช่น ให้ รองสารวัตร (สอบสวน) ไปช่วยทีมโฆษกตำรวจ โดยไม่ขาดจากหน้าที่ประจำ ก็จะยังมีอำนาจสอบสวน ทำสำนวน ซึ่งเป็นเรื่องของการบริหารราชการสามารถทำได้ และมีสิทธิเบิกจ่ายเงินเพิ่ม ถ้ามีสำนวนหรือได้ทำหน้าที่งานสอบสวนอยู่

 

"วิรุตม์" จี้ตรวจสอบให้ชัด "เข้าเวรสอบสวน" หรือไม่

 

ด้าน พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร อดีตรองจเรตำรวจ และเลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สปยธ.) ระบุกับ “เนชั่นทีวี” ว่า จริงๆ แล้ว เรื่องการเซ็นชื่อในสำนวนการสอบสวน ไม่ใช่สาระสำคัญว่าตำรวจที่ไปช่วยราชการ ยังคงทำหน้าที่สอบสวนอยู่หรือไม่ เนื่องจากแต่ละคดีมีการทำงานในรูปแบบ "คณะกรรมการ" คือ มีพนักงานสอบสวนหลายคนร่วมกันทำงาน บางกรณีจึงอาจมีการไปร่วมเซ็นชื่อ เสมือนหนึ่งว่าช่วยทำงานสอบสวนด้วย แต่ไม่ได้ทำงานจริง โดยที่ผู้บังคับบัญชาก็สนับสนุน หรือรู้เห็นให้ทำแบบนั้น เพราะต้องการช่วยเหลือกัน ฉะนั้น สตง.ต้องไม่หลงประเด็น

 

อย่างไรก็ตาม การจะยืนยันว่าตำรวจที่ไปช่วยราชการ ยังคงทำหน้าที่สอบสวนอยู่หรือไม่ ต้องไปดูเอกสาร "ตารางเวรสอบสวน" ของแต่ละโรงพัก เพราะพนักงานสอบสวนทุกคนจะต้อง "เข้าเวรสอบสวน" ซึ่งถือเป็นงานหลัก และเป็นงานที่หนัก ต้องทำงานดึกๆ ดื่นๆ โดยพนักงานสอบสวนแต่ละคน จะเข้าเวรสลับกันไปตามตารางเวรของสถานี หากมีคนไปช่วยราชการแล้วไม่เข้าเวรสอบสวน ก็จะทำให้พนักงานสอบสวนที่เหลือต้องทำงานหนักขึ้น หรือ "โอเวอร์โหลด"

 

พ.ต.อ.วิรุตม์ บอกกับ "เนชั่นทีวี" ว่า ในความเห็นส่วนตัว หากพนักงานสอบสวนไม่ยอมเข้าเวรสอบสวน ก็ถือว่าไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนจริง จึงไม่ควรได้รับเงินเพิ่มพิเศษ ซึ่งเงินเพิ่มที่ว่านี้ ระดับรองสารวัตร อยู่ที่เดือนละ 12,000 บาท ระดับสารวัตร ประมาณ 15,000 บาท

ข่าวล่าสุด