ด้วยเหตุผลดังนี้
1.ข้อเรียกร้องของกลุ่มที่เคลื่อนไหวสุดโต่งเกินไป เพราะคิดจะล้มล้างระบอบเก่าแล้วสร้างระบอบใหม่ขึ้นมาเลย ทำให้ประชาชนจำนวนมากกังวลกับผลกระทบ
2.พฤติกรรมแกนนำที่ออกมาเคลื่อนไหวไม่น่าเลื่อมใส กลุ่มย่อยๆ ที่ก่อตัวขึ้นมาไม่สามารถสร้างแรงดึงดูดให้มวลชนส่วนใหญ่เชื่อมั่นศรัทธาได้ แต่กลับสร้างแรงผลัก หรือกระแสวิจารณ์มุมกลับแทน เช่น กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "นักเรียนเลว" กลุ่มนักเรียนอาชีวะที่นิยมความรุนแรง กลุ่มเด็กแว้นที่ถูกดึงเข้ามามีบทบาทในม็อบ
3.ม็อบที่ออกมาเคลื่อนไหวถูกมองว่าเป็นหุ่นเชิดของนักการเมือง และนักวิชาการ ที่มีเบื้องหลังต้องการล้มสถาบันฯ หรือพูดง่ายๆ คือ ม็อบถูกหลอกใช้ ซึ่งข้อเท็จจริงนี้เผยแพร่ไปในวงกว้าง ทำให้คนทั่วไปเริ่มเห็นจริง แม้แต่คนที่ไปร่วมม็อบเอง
ข้อเท็จจริงที่ส่งผลมากที่สุด และเป็นผลลบมากที่สุดต่อขบวนการเคลื่อนไหว คือ การหลอกใช้เด็กออกมาติดคุก กับมาตรการทางกฏหมายที่เด็ดขาด เพราะภาพปรากฏชัดเจนเลยว่า คนที่อยู่เบื้องหลังได้แต่ปั่นกระแสผ่านโซเชียลฯ นั่งให้ห้องแอร์สุขสบาย แต่คนออกไปชุมนุมมีความเหนื่อย มีความเสี่ยง และยังอาจถูกจับ ไม่ได้ประกันตัวด้วย
4.การปั่นกระแสทางโซเชียลมีเดียที่เห็นว่ามีคนสนับสนุนจำนวนมาก แท้ที่จริงแล้วเป็นภาพที่สร้างขึ้น เหมือนเป็นการหลอกพวกเดียวกันเอง เพราะตัวเลขที่ปรากฏ เป็นตัวเลขปั่น และตัวเลขลวง
5.มีภาพการเคลื่อนไหวเพื่อหาผลประโยชน์เข้าตัว เช่น ขอรับเงินบริจาค เป็นตัวทำลายศรัทธา
ทั้งหมดนี้นำไปสู่ข้อสรุปของฝ่ายความมั่นคงที่ว่า ม็อบจะยังจุดไม่ติด และไม่ขยายวงไปมากกว่านี้ เมื่อประกอบเข้ากับเหตุปัจจัยอื่นๆ เช่น การเปิดประเทศที่ผู้คนให้ความสนใจเรื่องทำมาหากิน และการท่องเที่ยวมากกว่า จึงยิ่งทำให้ม็อบได้รับความสนใจน้อยลง