svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเมือง

รธน.ถูกคว่ำ-ม็อบลงถนน ฝ่ายมั่นคงชี้ยังจุดไม่ติด

ภายหลังรัฐสภาโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ที่เรียกว่าเป็น "ฉบับประชาชน" ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าเรื่องนี้จะถูกนำไปขยายผลปลุกระดมสร้างกระแสต่อต้านรัฐบาลและ ส.ว.มากขึ้น เพื่อหวังผลการชุมนุมขับไล่รัฐบาลในอนาคตอันใกล้นั้น

"เนชั่นทีวี" ได้สอบถามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านการความมั่นคงที่ร่วมประเมินสถานการณ์ให้กับรัฐบาล ว่าทิศทางการเมืองหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร การคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนจะเป็นตัวเร่งให้เกิดการชุมนุมขยายวงกว้างมากขึ้นหรือไม่ 

 

ข้อมูลที่ "เนชั่นทีวี" ได้รับมา สรุปว่า หลังจากนี้จะมีการปลุกระดมโจมตีศาลรัฐธรรมนูญ รัฐบาล และ ส.ว.มากขึ้น แต่กลุ่มที่ให้ความสนใจส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่เคลื่อนไหวแสดงออกในการต่อต้านสถาบัน ต่อต้านรัฐบาล และ ส.ว.อยู่แล้ว เพราะสภาพสังคมไทยในปัจจุบันนี้แบ่งเป็น 2 ฝ่ายชัดเจน คือ 

 

1.กลุ่มที่อ้างตัวว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย หัวก้าวหน้า คนรุ่นใหม่ ลิเบอรัล ฯลฯ ต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบ้านเมืองและการเมืองอย่างฉับพลัน

 

2.กลุ่มอนุรักษ์นิยมที่ยังเห็นความสำคัญของสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อยากให้คงสภาพสังคมที่มีจุดเด่นแบบนี้เอาไว้

 

รธน.ถูกคว่ำ-ม็อบลงถนน ฝ่ายมั่นคงชี้ยังจุดไม่ติด

ส่วนกลุ่มที่เป็นกลาง หรือ "พลังเงียบ" นั้น ฝ่ายความมั่นคงประเมินใหม่ว่า ไม่น่าจะมีมาก เพราะกลุ่มที่ไม่ออกมาเคลื่อนไหวอะไรเลย แท้ที่จริงก็มีจุดยืนสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปหมดแล้ว เพียงแต่ไม่นิยมแนวทางรุนแรง หรือการปะทะกัน จึงไม่ออกมาแสดงตัว แต่ภาพสะท้อนอาจจะออกมาจากผลการเลือกตั้งครั้งต่อไปมากกว่า ว่ากลุ่มที่เป็น "พลังเงียบ" เลือกยืนอยู่ฝ่ายไหน

 

ขณะที่การปลุกระดมเคลื่อนไหว ทำได้เฉพาะกับคนกลุ่มแรก ซึ่งมีแนวคิดไปในทางต่อต้านรัฐบาลและศาลรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ฉะนั้นเรื่องที่รัฐสภาคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน จึงเป็นเพียงปลายเหตุ หรือเครื่องมือที่หยิบมาสร้างกระแสเท่านั้น เพราะเนื้อหาหรือแก่นของกลุ่มนี้จริงๆ คือ แนวคิด "ล้มระบอบเดิม สร้างระบอบใหม่"

 

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงที่ร่วมประเมินสถานการณ์ให้กับรัฐบาล ยังบอกด้วยว่า การสร้างกระแสล้มศาล ล้มรัฐบาล ล้ม ส.ว. รวมถึงอ้างปฏิรูปสถาบัน จะยัง "จุดไม่ติด" และที่จำนวนคนหรือมวลชนสนับสนุนในเชิงกายภาพจะลดลง ซึ่งหมายถึงกลุ่มที่พร้อมแสดงออก

 

รธน.ถูกคว่ำ-ม็อบลงถนน ฝ่ายมั่นคงชี้ยังจุดไม่ติด

ด้วยเหตุผลดังนี้

 

1.ข้อเรียกร้องของกลุ่มที่เคลื่อนไหวสุดโต่งเกินไป เพราะคิดจะล้มล้างระบอบเก่าแล้วสร้างระบอบใหม่ขึ้นมาเลย ทำให้ประชาชนจำนวนมากกังวลกับผลกระทบ

 

2.พฤติกรรมแกนนำที่ออกมาเคลื่อนไหวไม่น่าเลื่อมใส กลุ่มย่อยๆ ที่ก่อตัวขึ้นมาไม่สามารถสร้างแรงดึงดูดให้มวลชนส่วนใหญ่เชื่อมั่นศรัทธาได้ แต่กลับสร้างแรงผลัก หรือกระแสวิจารณ์มุมกลับแทน เช่น กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "นักเรียนเลว" กลุ่มนักเรียนอาชีวะที่นิยมความรุนแรง กลุ่มเด็กแว้นที่ถูกดึงเข้ามามีบทบาทในม็อบ

 

3.ม็อบที่ออกมาเคลื่อนไหวถูกมองว่าเป็นหุ่นเชิดของนักการเมือง และนักวิชาการ ที่มีเบื้องหลังต้องการล้มสถาบันฯ หรือพูดง่ายๆ คือ ม็อบถูกหลอกใช้ ซึ่งข้อเท็จจริงนี้เผยแพร่ไปในวงกว้าง ทำให้คนทั่วไปเริ่มเห็นจริง แม้แต่คนที่ไปร่วมม็อบเอง

 

ข้อเท็จจริงที่ส่งผลมากที่สุด และเป็นผลลบมากที่สุดต่อขบวนการเคลื่อนไหว คือ การหลอกใช้เด็กออกมาติดคุก กับมาตรการทางกฏหมายที่เด็ดขาด เพราะภาพปรากฏชัดเจนเลยว่า คนที่อยู่เบื้องหลังได้แต่ปั่นกระแสผ่านโซเชียลฯ นั่งให้ห้องแอร์สุขสบาย แต่คนออกไปชุมนุมมีความเหนื่อย มีความเสี่ยง และยังอาจถูกจับ ไม่ได้ประกันตัวด้วย

 

4.การปั่นกระแสทางโซเชียลมีเดียที่เห็นว่ามีคนสนับสนุนจำนวนมาก แท้ที่จริงแล้วเป็นภาพที่สร้างขึ้น เหมือนเป็นการหลอกพวกเดียวกันเอง เพราะตัวเลขที่ปรากฏ เป็นตัวเลขปั่น และตัวเลขลวง

 

5.มีภาพการเคลื่อนไหวเพื่อหาผลประโยชน์เข้าตัว เช่น ขอรับเงินบริจาค เป็นตัวทำลายศรัทธา

 

ทั้งหมดนี้นำไปสู่ข้อสรุปของฝ่ายความมั่นคงที่ว่า ม็อบจะยังจุดไม่ติด และไม่ขยายวงไปมากกว่านี้ เมื่อประกอบเข้ากับเหตุปัจจัยอื่นๆ เช่น การเปิดประเทศที่ผู้คนให้ความสนใจเรื่องทำมาหากิน และการท่องเที่ยวมากกว่า จึงยิ่งทำให้ม็อบได้รับความสนใจน้อยลง