นนทบุรี-เสรีรวมไทยส่อวุ่น หลังอดีตผู้สมัคร ส.ส.เขตของพรรคถูกระงับสิทธิ์ลงชิงนายก อบต.บ้านใหม่ เจ้าตัวงงลงสมัคร ส.ส.ได้แต่สมัครนายก อบต.ไม่ได้ ชี้คะแนนเสียง 3,500 ที่พรรคได้ไปใครจะรับผิดชอบ จ่อฟ้องล้มการเลือกตั้ง

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

นายวสุ ผันเงิน ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบต.บ้านใหม่ จ.นนทบุรี หัวหน้ากลุ่มพลังบ้านใหม่ เปิดเผยว่า ในการเลือกตั้งนายก อบต.บ้านใหม่และสมาชิกสภาเทศบาลที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 28 พ.ย.64นี้ ตนเองกำลังเตรียมหลักฐานเพื่อฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนนทบุรีเพื่อให้การเลือกตั้ง อบต.บ้านใหม่ครั้งนี้เป็นโมฆะ เนื่องจากการดำเนินการจัดการเลือกตั้งโดยปลัด อบต. ไม่ได้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม มีการกลั่นแกล้งตนเพื่อให้ถูกแช่แข็งในการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้  เสรีรวมไทยส่อวุ่น อดีตผู้สมัครส.ส.เขตถูกระงับสิทธิ์ชิงนายกอบต.บ้านใหม่

โดยมีการคำตัดสินของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางในคดีความผิดเกี่ยวกับการเซ็นเบิกจ่ายงบประมาณศึกษาดูงาน ซึ่งต่อมาทางศาลอาญาคดีทุจริตได้ตัดสินให้จำคุก 2 ปี โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้เป็นเวลา 2 ปี และชดใช้เงินที่เบิกจ่ายจำนวนดังกล่าวคืน คดีจึงถือว่าเป็นที่สิ้นสุดในปี 61

เสรีรวมไทยส่อวุ่น อดีตผู้สมัครส.ส.เขตถูกระงับสิทธิ์ชิงนายกอบต.บ้านใหม่

นายวสุ ผันเงิน กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นต่อมา ตนเองได้ลงสมัคร ส.ส.แบบเขตเลือกตั้งในนามพรรคเสรีรวมไทย เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดนนทบุรี โดยผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งนั้นตนและพรรคเสรีรวมไทยได้รับคะแนนเสียงจากประชาชนในพื้นที่ประมาณ 3,500 คะแนน ส่งผลให้พรรคเสรีรวมไทยได้รับการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อถึง 10 คน 

เสรีรวมไทยส่อวุ่น อดีตผู้สมัครส.ส.เขตถูกระงับสิทธิ์ชิงนายกอบต.บ้านใหม่

โดยคะแนนส่วนนี้ก็ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้งด้วยเช่นกัน ดังนั้นเมื่อตนเองเคยลงสมัคร ส.ส.มาก่อนหน้าที่จะมาลงสมัคร นายก อบต.ในปีนี้แล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้งรับรองคุณสมบัติ ตรวจสอบสิทธิ์ของตนไปหมดแล้วว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายเลือกตั้งกำหนดไว้ แต่ถัดจากนั้นมาไม่กี่ปีเมื่อตนมาลงสมัครนายก อบต.ต่อ ถึงกับโดนตัดสิทธิ์โดยไม่เป็นธรรม

 

เพราะถ้าหากจะนำคำตัดสินดังกล่าวมาบังคับใช้ ก็แสดงว่าการรับรองคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์ลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งที่ผ่านมาของตนนั้น ก็ต้องเป็นโมฆะด้วยหรือไม่ และถ้าเป็นโมฆะเหมือนที่ตนถูกตัดสิทธิ์แบบนี้ คะแนน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรคเสรีรวมไทย ที่ตนลงสมัครเลือกตั้งแล้วได้รับมาจะทำยังไงต่อไป คะแนนต้องถูกลบออกเพื่อเกลี่ยใหม่หรือไม่

 

นายวสุ ผันเงิน กล่าวอีกว่า สถานการณ์ในตอนนี้ตนเป็นห่วงลูกทีมผู้ลงสมัครสมาชิก อบต.บ้านใหม่แต่ละคนเป็นอย่างมาก เนื่องจากความไม่ชัดเจนของตัวบทกฎหมายดังกล่าว ทำให้กลุ่มพลังบ้านใหม่ไม่สามารถลงพื้นที่หาเสียงในช่วงที่ผ่านมาหลังการสมัครได้ ประกอบกับตนเองต้องวุ่นวายกับการรวบรวมหลักฐาน เอกสารต่าง ๆ เพื่อต่อสู้กับคำสั่งโดยมิชอบของคณะกรรมการกาเลือกตั้ง

ล่าสุดเมื่อวานนี้ตนเองได้เดินทางไปที่ศาลปกครองกลางเพื่อทำเรื่องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษาเป็นการเร่งด่วนหรือคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่ง เนื่องจากเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วัน การเลือกตั้งในวันที่ 28 พ.ย.ก็จะมาถึงแล้วแต่ตนซึ่งถูกปฎิเสธและตัดสิทธิ์ในการเลือกตั้งครั้งนี้โดยไม่เป็นธรรม

 

ซึ่งป้ายหาเสียงก็จัดทำไปแล้ว แต่ยังไม่มีการพิจารณาชี้ขาดออกมา ทำให้ตนถูกแช่แข็ง เสียสิทธิ์อยู่แบบนี้ จึงหากภายในสัปดาห์หน้ายังไม่ความชัดเจนในเลือกนี้ ตนเองก็พร้อมจะฟ้องล้มการเลือกตั้งนายก อบต.บ้านใหม่ ให้เป็นโมฆะต่อไปเพื่อรักษาสิทธิของตนเองด้วยเช่นกัน

 

สำหรับนายวสุ ผันเงิน อดีตนายก อบต.บ้านใหม่ ซึ่งเคยตกเป็นข่าวโด่งดังเมื่อปี 60 เมื่อครั้งปะทะฝีปากกับ พลตำรวจเอก ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล อดีตรองผบ.ตร. ด้วยวลียอดฮิต “ อย่ามาถูกตัวกู ” มาแล้ว